14 วิธีสร้างสุขภาพทางการเงินที่ดี เพิ่มให้งอกเงย

14 วิธีสร้างสุขภาพการเงินที่ดี เงินเก็บ

มีสลึงพึงบรรจบให้ครบบาท อย่าให้ขาดสิ่งของต้องประสงค์…. จากสุภาษิตสอนหญิง ของสุนทรภู่   เงินเก็บ เงินออม ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะมีคำสุภาษิตนี้มาแต่นมนาน และเรื่องไกลตัว เพราะ Money is that MATTER. เนื่องจากคนเรามักมีเรื่องค่าใช้จ่ายตลอดเวลา ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่เราทำงานมาเพื่อจ่าย แต่การใช้จ่ายแบบไม่คิดหน้าคิดหลังก็อาจเป็นเหตุให้เราปวดหัวได้ในอนาคต ดังนั้นการสร้างสุขภาพทางการเงินให้ดีนั้นจึงเป็นเรื่องที่จำเป็น แต่การที่การเงินของคุณจะสุขภาพดีได้นั้น ก็ไม่ต่างไปกับสุขภาพร่างกายของคนเรา คือต้องหมั่นออกกำลังกาย ทานอาหารที่มีประโยชน์ และอีกหลายอย่างที่คนเราจะทำให้ตัวเองมีสุขภาพดีได้ สุขภาพของการเงินก็เช่นกัน ไม่ใช่จะดีได้เพียงชั่วข้ามคืน  คุณต้องประหยัดค่าใช้จ่ายในการตัดค่าใช้จ่ายในการรับประทานอาหารนอกบ้าน ค่าใช้จ่ายและอื่น ๆ ที่ไม่จำเป็นออก เพื่อเพิ่มเงินเก็บของคุณ เรามาดูกันค่ะว่าพอมีทางไหนบ้างที่เราจะสามารถปรับเปลี่ยนได้ และเพิ่มเงินเก็บให้งอกเงย

 

จดบันทึกรายรับ รายจ่าย

อันนี้ขอยกมาเป็นข้อแรกค่ะ เมื่อก่อนตอนทำงานใหม่ๆ เคยตั้งคำถามกับตัวเองว่าเงินหายไปไหนหมด จึงอยากหาที่มาที่ไปของเส้นทางของเงิน เลยเริ่มจดบันทึกรายรับ รายจ่าย คุณจะทึ่งกับการจ่ายเงินของตัวเอง และคลายข้อสงสัยได้ว่าเงินหายไปไหนหมด เอาจริงๆแล้วว่าเงินไม่หายไปไหนหรอกค่ะ แต่หมดไปกับสิ่งเล็กๆน้อยๆที่ไม่จำเป็น และเมื่อไขข้อข้องใจแล้ว เดือนต่อมาก็จ่ายเงินระวังขึ้น

ในยุคนี้หากใครไม่สะดวกจดก็ไม่สามารถหาข้ออ้างได้แล้วนะคะ เพราะมีแอพพลิเคชั่นหลายแอพที่มาช่วยให้คุณบริหารรายรับ รายจ่ายให้ดีขึ้น เช่น Wallet, Spendee,  Me Tang (มีตังค์) เป็นต้น

  • จัดลำดับความสำคัญของรายจ่าย

แล้วอะไรคือสิ่งที่สำคัญ ค่าเช่าบ้าน ค่าผ่อนบ้าน ค่าน้ำค่าไฟ ค่าผ่อนบัตรเครดิต เป็นต้น ค่าเหล่านี้คือค่าที่คุณควรให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ มากกว่าการช้อปปิ้ง เพราะค่าเหล่านี้หากไม่จ่ายก็จะทำให้การดำรงชีวิตของคุณยากขึ้น และอาจมีดอกเบี้ยที่เพิ่มพูนขึ้นมาได้หากคุณผิดกำหนดจ่าย

  • หยุดใช้บัตรเครดิตเกินความจะเป็น

หยุดใช้บัตรเครดิตเกินความจะเป็น

จากการพูดคุยกับคนส่วนใหญ่ที่เป็นนี้บัตรเครดิตส่วนใหญ่คือ การลืมตัว ซื้อของโดยลืมคิดไปว่าต่อไปในอนาคตจะมีเงินจ่ายพอหรือไม่ คุณต้องเข้าใจก่อนว่าการใช้บัตรเครดิตมีทั้งข้อดี ข้อเสีย ซึ่งขอบอกไว้ก่อนว่าข้อเสียไม่ได้อยู่ที่บัตรเครดิตนะคะ แต่อยู่ที่พฤติกรรมของผู้ใช้ ถ้าคุณจำเป็นต้องใช้จริงๆคุณควรเลือกซื้อของที่จำเป็นต้องใช้ และต้องมั่นใจว่าตัวเองสามารถผ่อนไหว เพราะหากไม่ไหว คุณก็ต้องมาแบกรับค่าดอกเบี้ยบัตรเครดิตที่สูงชะลูด และอาจก่อให้เกิดหนี้ในอนาคตได้ หากจะให้ดีคือเลือกที่จะซื้อของจำเป็นเหล่านั้นด้วยโปรโมชั่นผ่อน 0% ….เดือน  ซึ่งก็ควรเลือกผ่อนไปทีละอย่าง เพื่อจัดสภาพคล่องทางการเงินของตัวเอง

  • เปรียบเทียบราคาสินค้าก่อนซื้อ

โดยปกติก็คงจะเปรียบเทียบกันอยู่และว่าสินค้าชิ้นไหนดีที่เราถูกใจ แต่บางครั้งก็อดใจร้อนไม่ได้ที่จะมีไว้ครอบครอง ด้วยเราอยู่ในยุคที่ไม่ต้องเดินไปทีละร้าน ทีละห้างเพื่อเปรียบเทียบราคาสินค้า เพราะในปัจจุบันคุณสามารถเปรียบเทียบราคาสินค้าด้วยเพียงปลายนิ้วของคุณ โดยการเปรียบเทียบราคาสินค้าทำได้ง่ายโดยการช้อปปิ้ง ออนไลน์ ผ่านอินเตอร์เน็ต ซึ่งคุณก็สามารถรู้ได้ว่าห้างไหน เว็บไหนที่ทำโปรโมชั่นสินค้าที่คุณสนใจบ้าง คุณอาจจะพบดีลล์ดีๆ และทำให้คุณได้ของที่ถูกใจในราคาเป็นมิตรได้

  • บัตรส่วนลดต่างๆ

หลายคนอาจตกเป็นเหยื่อป้ายแดง เหยื่อ 1 แถม 1 ใครจะอยากพลาดโปรดีๆ แต่คุณต้องถามตัวเองก่อนว่าคุณจำเป็นจริงๆ หรือป่าวที่ต้องมีของเหล่านั้น หรือต้องใช้บริการเหล่านั้น บัตรส่วนลดต่างๆ มีประโยชน์เมื่อคุณได้ประโยชน์จากสินค้าหรือบริการที่คุณใช้เมื่อจำเป็นต้องใช้จริงๆ เช่น คุณเติมน้ำมันปั๊มนี้เป็นประจำ ก็ไม่เสียหายหากคุณจะมีบัตรสะสมแต้มของปั๊มน้ำมันปั๊มนี้เอาไว้

  • วางแผนค่าใช้จ่ายล่วงหน้า

วางแผนค่าใช้จ่ายล่วงหน้า

ค่าใช้จ่ายเช่นเบี้ยประกันภัยรถยนต์ ค่าประกันชีวิต ค่าสมาชิกยิม  ค่าเหล่านี้มักจะถูกกว่าถ้าคุณจ่ายเป็นรายปี ซึ่งคุณสามารถแยกบัญชีเก็บเงินสำหรับค่าใช้จ่ายส่วนนี้ไว้เป็นเดือนๆ เพื่อเมื่อถึงเวลาครบปีแล้วคุณมีเงินก้อนเพื่อจะจ่ายยอดเป็นรายปี

  • สินค้าแบรนด์ของซุปเปอร์มาเก็ตก็ไม่ได้แย่เสมอไป

สินค้าชนิดเดียวกันแน่นอนว่ามีหลายเบรนด์ให้เลือกสรรค์ ซึ่งคนส่วนใหญ่ก็จะติดกับแบรนด์ว่าต้องยี่ห้อนี้เท่านั้นถึงจะอร่อยถูกปาก แต่บางคนก็ยังไม่เคยเลือกกินยี่ห้ออื่นๆเลย มีหลายสินค้าที่ตัวเราเองเปิดใจเลือกที่จะเปลี่ยนมากินแบรนด์ของซุปเปอร์มาเก็ต ก็ไม่ได้แย่นะคะ คือถ้าไม่เห็นหีบห่อสินค้าบางครั้งแยกไม่ออกเลยว่าแบรนด์ไหนเป็นแบรนด์ไหน เมื่อคุณถูกใจแล้วมาลองคำนวณถึงราคาที่แตกต่างกัน คูณด้วยจำนวนคร่าวๆที่คุณซื้อใน 1 ปี คุณก็อาจจะตะลึงถึงยอดเงินที่แตกต่างได้

  • ชงกาแฟดื่มเองบ้าง

 เงินเก็บ ชงกาแฟดื่มเองบ้าง

คอกาแฟเนี่ยบางคนก็ดื่มกัน 2-3 แก้วต่อวัน ซึ่งราคากาแฟแต่ละแก้วราคาก็ค่อนข้างแพง หากคุณชงกาแฟดื่มเองก็จะได้ประหยัดยิ่งขึ้น และอีกอย่างที่สำคัญหากคุณต้องดื่มกาแฟที่ร้านจริงๆ บางร้านหากคุณซื้อแก้วของทางร้าน เพื่อใช้ในการซื้อกาแฟในครั้งต่อไป และคุณก็จะได้ส่วนลด เรียกว่าประหยัดเงินและยังรักษ์โลกอีกด้วย

  • หยุดกับคำว่า ของมันต้องมี

ของมันต้องมี

หลายครั้งกับคำว่า ของมันต้องมี แล้วซื้อมาจนสะสม ใช้ไม่ทัน และที่ร้ายแรงไปกว่านั้นคือลืมไปว่ามี เพราะซื้อตามเทรนด์เขาว่าว่าต้องมี บางครั้งเขาบอกว่าต้องมีก็ให้เขามีไป เราคิดทบทวนให้ดีก่อนว่าเราต้องมีจริงๆหรือเปล่า เช่นบล๊อกเกอร์รีวิวรองเท้า ดีอย่างโน้นอย่างนี้ ราคา 5,000 บาท ตัวคุณมีเงินเดือน 20,000 บาท และมีรองเท้าหลายคู่ที่ยังรอคุณกลับมาใช้อยู่ในตู้ ถึงตรงนี้คุณเองต้องชั่งน้ำหนักดูว่าของมันยังต้องมีอีกหรือเปล่า? 

  • อย่าซื้อเสื้อผ้าถูกเกินไป

ใช่ค่ะคุณฟังไม่ผิด ไม่ใช่ว่าของถูกไม่ดีนะคะ แต่บางครั้งการซื้อเสื้อผ้าที่คุณภาพดี มีการตัดเย็บที่ดี ก็จะยืดการใช้งานได้นานขึ้น  และใช้ได้ในหลายๆโอกาส ก็ทำให้คุณซื้อเสื้อผ้าไม่บ่อยจนเกินไป ลองไปเปิดตู้เสื้อผ้าและวิเคราะห์หาคำตอบว่าชุดที่คุณใส่เป็นประจำนั้น เป็นประเภทไหน ทำไมถึงใช้ประจำ แล้วคุณจะได้ไอเดียในการเลือกซื้อเสื้อผ้าที่ใช้งานได้จริง 

  • ทำอาหารเองกินบ้าง

ทำอาหารเองกินบ้าง เงินเก็บ

จากการดูบันทึกรายรับ รายจ่าย ของตัวเราเองและเพื่อน ๆบางคนที่จดบันทึกเช่นเดียวกัน ชาวออฟฟิตเช่นเราก็หมดเงินไปกับการกินนอกบ้าน ทั้งมื้อเช้า เที่ยง เย็น ซึ่งพอมารวมแล้วในเดือนๆนึง ก็ถือว่าเป็นก้อนที่ใหญ่มากก้อนหนึ่ง ซึ่งหากลองทำอาหารกินเองก็สามารถลดค่าใช้จ่ายตรงนี้ได้เยอะเลยค่ะ

  • วางเป้าหมายการเงินให้ชัดเจน

จะว่าไปแล้วอันนี้ก็คือการเก็บก่อนจ่าย รู้ว่ารายจ่ายมีอะไรบ้าง และสามารถเก็บได้เท่าไหร่ โดยทางเรามีกฎ 50-30-20 มาแนะนำสำหรับคนที่ยังไม่รู้ว่าจะวางเป้าหมายไหนดี 50%ของเงินเดือน ใช้เพื่อสื่งที่จำเป็น 30%ใช้เพื่อตอบสนองความต้องการ 20% ใช้เพื่อออม หากใครสนใจอ่านเพิ่มได้เลยค่ะ

  • นั่งรถสาธารณะบ้าง

นั่งรถสาธารณะ

สำหรับคนที่ต้องเดินทางมาทำงาน หากที่พักไม่ได้อยู่ใกล้กับที่ทำงานแล้วนั้น เรียกว่าค่าใช้จ่ายในการเดินทางก็ถือว่าเป็นก้อนใหญ่อีกเช่นกัน การที่คุณอำนวยความสะดวกตัวเองด้วยการขับรถยนต์ส่วนตัวมาทำงานทุกวัน ก็จะเป็นการทำให้เงินในกระเป๋าร่อยหรอลงได้ หากมีวันไหนที่คุณตื่นเร็วขึ้นมาหน่อย มาใช้บริการรถสาธารณะแทน ตัวคุณเองก็จะได้พักสายตา และยังช่วยประหยัดพลังงานได้อีกด้วย

  • หาแหล่งเก็บเงินที่ให้ผลตอบแทนดี

บางครั้งการแยกบัญชีเพื่อเก็บเงินไว้นั้นก็อาจจะไม่ปลอดภัยหากตัวคุณใจไม่แข็งพอ การหาแหล่งฝากเงินที่ให้ผลตอบแทนที่ดีก็จะทำให้เงินของคุณงอกเงยไปด้วย ประเภทบัญชีแบบฝากประจำ ดอกเบี้ยก็จะดีกว่าบัญชีออมทรัพย์ หรืออาจจะซื้อกองทุนรวม ที่ให้ผลตอบแทนประมาณ 5-15% ซึ่งขึ้นอยู่กับนโยบายของกองทุนนั้น ๆ หรือหากคุณต้องการจะนำไปลดหย่อนภาษีก็ต้องเลือกกองทุนประเภท กองทุน RMF หรือ LTF เป็นต้น

เป็นอย่างไรกันบ้างค่ะสำหรับ 14 วิธีสร้างสุขภาพการเงินที่ดี เพื่อเพิ่ม เงินเก็บ ให้งอกเงย ซึ่งจะให้เปลี่ยนทั้งหมดทั้งหมดก็อาจจะยากไป ลองปรับเปลี่ยนบางข้อที่อาจทำได้ง่ายๆดูก่อนนะคะ แล้วค่อยเพิ่มขึ้นมาทีละนิดทีละหน่อย เพื่ออนาคตที่สดใส เงินเก็บที่งอกเงยของตัวคุณเอง

 

Ref :

How to Save Money – 8 Simple Ways to Start Saving Money (bankofamerica.com)

https://www.moneyadviceservice.org.uk/en/categories/how-to-save-money

How To Save Money Fast | 100 Ways to Save Money | The Simple Dollar

Top money saving tips: best ways to save money – MSE (moneysavingexpert.com)