เบบี้บลูส์ (Baby blues) ทำไมฉันถึงอารมณ์ดิ่งดาวน์หลังคลอดลูก

เบบี้บลูส์ (Baby blues)

เบบี้บลูส์ (Baby blues) คือ ?

ช่วงตั้งครรภ์คุณแม่ทุกคนตื่นเต้น วาดภาพจินตนาการครอบครัวในฝันที่สมบูรณ์เมื่อหลังคลอดลูกน้อยออกมา  คุณแม่ตั้งหน้าตั้งตารอคอยวันที่จะเจอลูก แต่เมื่อคลอดลูกมา ทำไมความรู้สึกตื่นเต้น ดีใจ มันหายไปไหนหมด ถึงแม้จะมีคนมาเยี่ยมเยียน มาร่วมแสดงยินดี แต่คุณก็รู้สึกดีแค่ประเดี๋ยวประด๋าวแล้วก็กลับเข้าสู่อารมณ์ดิ่ง หดหู่อีกครั้งหนึ่ง สิ่งที่รับรู้ได้จากการสำรวจสภาพจิตใจตัวเอง ณ ขณะนั้น ไม่ได้เป็นอย่างที่คาดไว้ก่อนลูกจะคลอด เกิดคำถามขึ้นมาว่านี่เราไม่ได้รักลูกเหรอ? เกิดอะไรขึ้นกับตัวเรา? 

ภาวะอารมณ์เศร้าหลังคลอด (Postpartum Blues : PPB)

รูปจาก http://www.essentialbaby.com.au/birth/postnatal-depression/the-difference-between-baby-blues-and-pnd-20160330-gnuonq

 

เรามาทำความรู้จักกับ เบบี้บลูส์ (Baby Blues) หรือภาวะอารมณ์เศร้าหลังคลอด (Postpartum Blues : PPB)

กันค่ะ โดยปกติแล้วจะเจอบ่อยในคุณแม่ที่เพิ่งคลอดลูกประมาณ 50-80% อาการภาวะอารมณ์เศร้าหลังคลอดมักจะเริ่มเกิดขึ้นภายใน 2-3  วันแรกหลังจากคลอดและอาจมีอาการแบบนี้ต่อไปนานถึง 2 สัปดาห์ ซึ่งอาการและความยาวนานก็แตกต่างกันไปแต่ละบุคคล 

สาเหตุ

อาการเบบี้บลูส์ (Baby Blues) หรือภาวะอารมณ์เศร้าหลังคลอด เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเอสโตรเจน ( Estrogen ) และสารเคมีอย่างฉับพลันที่เกิดขึ้นในร่างกายของคุณหลังจากการคลอดบุตร ทำให้เกิดอาการเครียด  เศร้าง่าย  ความรู้สึกโดดเดี่ยว นอนไม่หลับ หรือเป็นการนอนหลับแบบไม่มีประสิทธิภาพ อาการนอยด์ หงุดหงิด โกรธง่าย เบื่อหน่าย วิตกกังวล ไม่มีสมาธิ ความคิด อ่าน จดจ่อในสิ่งที่ทำลดลง มีความสับสนของอารมณ์คล้ายไบโพลาร์ อยู่ๆก็ร้องไห้ สำหรับคุณแม่ที่มีประวัติทางสุขภาพจิตมาก่อน เช่น โรคซึมเศร้า วิตกกังวล หรือโรคอารมณ์สองขั้ว (Bipolar Disorder)   มีความเสี่ยงสูงต่อโรคซึมเศร้าหลังคลอดบุตร ซึ่งแน่นอนค่ะว่าการที่มีลูกเข้ามาในชีวิต วิถีชีวิตคุณจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก เพราะลูกน้อยเมื่อเกิดมาก็ยังไม่สามารถสื่อสารพูดคุยกับคุณได้ การสื่อสารหลักของลูกคือการร้องไห้ ซึ่งคนเป็นแม่ก็ทำทุกวิถีทางที่จะช่วยให้ลูกได้สิ่งที่ต้องการไม่ว่าจะให้นม พาอุ้มเดิน ต่างๆนานา แต่ใช่ว่าลูกจะหยุดร้องสะทุกครั้ง  ก็อาจจะทำให้คุณแม่เครียดได้ ดิฉันในฐานะผู้ผ่านประสบการณ์ตรงนี้มาเข้าใจหัวอกคุณแม่มือใหม่ทุกคนค่ะ ว่ามันเครียดขนาดไหนในการที่ลูกร้องและตัวคุณเองก็พักผ่อนไม่เต็มที่ ไหนจะต้องกังวลกับเรื่องน้ำนมที่กลัวว่าจะไม่เพียงพอให้ลูก และยังต้องเลี้ยงลูกคนเดียว จะหันหน้าหาใครมาช่วยผลัดมือในยามที่เครียด หดหู่ ก็ไม่มีตัวช่วย ตัวดิฉันเองก็ปล่อยโฮร้องไปพร้อมกับลูกสะเลย พอมานั่งคิดตอนนี้ก็ขำตัวเองเหมือนกันว่าเป็นได้ขนาดนั้นเลยเหรอ

จริงๆแล้วอาการ เบบี้บลูส์ (Baby Blues) หรือภาวะอารมณ์เศร้าหลังคลอด ถือว่าเป็นเรื่องปกตินะคะ แต่ถ้าอาการยังคงเป็นอยู่แบบนี้เป็นเวลานาน และดูแล้วอาการไม่ดีขึ้น นั่นคือคุณอาจจะตกอยู่ใน ภาวะโรคซึมเศร้าหลังคลอด (Postpartum Depression : PPD) ได้  และหากคุณมีภาวะโรคซึมเศร้าหลังคลอด ควรไปปรึกษาแพทย์เพื่อรับการรักษาที่รวดเร็ว และถูกหลัก ซึ่งอาการนั้นรุนแรงไปถึงการมีความคิดทำร้ายร่างกายตัวเองและลูกน้อยได้ การรักษาโรคซึมเศร้าหลังคลอด รักษาได้ด้วยจิตบำบัด

หรืออาจจะต้องใช้ยารักษา เพราะหากปล่อยไว้นานก็อาจก่อให้เกิด โรคจิตหลังคลอด (Postpartum Psychosis :PPP) ซึ่งจะมีอาการประสาทหลอน มีความคิดทำร้ายตัวเองและลูกอยู่ตลอดเวลา เกิดขึ้นมาจะก่อให้เกิดอันตรายทั้งคุณและลูกได้ ฟังแล้วดูน่ากลัวใช่มั๊ยค่ะ ดังนั้นเพื่อลดความเสี่ยง ภาวะอารมณ์เศร้าหลังคลอด, ภาวะโรคซึมเศร้าหลังคลอด และ โรคจิตหลังคลอด คุณแม่ควรไปพบแพทย์ตามนัดตรวจครรภ์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อเตรียมแนวทางรับมือ แต่หากมีอาการดังกล่าวหลังคลอดควรเข้ารับการตรวจสุขภาพหลังคลอดตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อประเมินอาการภาวะซึมเศร้าหลังคลอด เพราะยิ่งตรวจพบเร็วและได้รับการรักษาเร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งส่งผลดีทั้งคุณ ลูกน้อย และสมาชิกคนอื่นๆในครอบครัวมากขึ้นเท่านั้น

ภาวะโรคซึมเศร้าหลังคลอด (Postpartum Depression : PPD)

แล้วจะป้องกันหรือรักษาอาการ เบบี้บลูส์ (Baby Blues) เป็นอย่างไร

ถ้าจะถามหายาวิเศษใดๆมารักษาอาการเบบี้บลูส์ (Baby Blues) เนี่ยต้องบอกเลยว่าไม่มีนะคะ เรามาคิดในแง่บวก ว่านี่คือประสบการณ์ที่มาพร้อมกับการมีลูก 

ปรับทัศนคติมุมมองความคิดเป็นอีกสิ่งที่จะช่วยคุณได้ดี คุณเองก็ต้องคอยสังเกตอารมณ์ ความรู้สึกนึกคิดของตัวเองว่าเป็นอย่างไร หากมีอารมณ์ดิ่งดาวน์ขึ้นมาเมื่อไหร่ รู้สึกอยากปลีกตัวเองออกมาจากวังวนนั้นชั่วครู่ คนรอบข้างเนี่ยช่วยคุณได้เยอะนะคะ อย่าอายหรือเกรงใจที่จะขอความช่วยเหลือ เพราะคุณต้องการเวลาพักเบรคชั่วครู่ของคุณเช่นกันนะคะ หากคุณมีเรื่องคับข้องใจอยากระบายให้คนอื่นรับฟัง ก็ควรบอกเล่าให้คนรอบข้างฟัง เพราะบุคคลเหล่านั้นควรรับรู้ว่าคุณกำลังอยู่ในภาวะทางจิตใจอย่างไร เขาจะได้ช่วยแบ่งเบาอย่างไรได้บ้าง หากคุณไม่มีใครที่จะมารับฟัง การเขียนไดอารี่ก็ถือว่าเป็นทางเลือกที่ดีนะคะ เพราะจากผลการรักษาคนไข้โรคซึมเศร้าจากหลายแหล่งพบว่า การที่คนไข้ได้เขียนไดอารี่ ทำให้ระบายความรู้สึกออกมา แล้วทำให้คนไข้รู้สึกดีขึ้น 

การขอความช่วยเหลือ หรือระบายให้คนใกล้ตัวฟังในช่วงระยะหลังคลอดนี้ ไม่ได้เป็นตัวที่บ่งบอกว่าตัวคุณมีข้อบกพร่องหรืออ่อนแอนะคะ คุณต้องยอมรับตัวเองก่อนว่า ตอนนี้คุณอยู่ในภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นจากการคลอดบุตร  หากคุณสามารถจัดการกับอาการที่เกิดขึ้นนี้ได้ ก็จะช่วยให้ความสัมพันธ์ระหว่างคุณและลูกน้อยดีขึ้นได้

รักษาอาการ เบบี้บลูส์ (Baby Blues)

รูปจาก pexels

  •  เรียนรู้ที่จะสร้างความผูกพันอันแนบแน่นกับลูกน้อยของคุณ : การเรียนรู้ที่จะผูกพันกับลูกน้อยของคุณ ไม่พียงแต่เป็นผลดีกับของคุณเท่านั้นนะคะ แต่ยังส่งผลดีต่อตัวคุณด้วย เพราะร่างกายคุณจะหลั่งสารเอ็นดอร์ฟิน สารที่ทำให้คุณรู้สึกมีความสุขและสร้างความมั่นใจในบทบาทของแม่ได้มากขึ้น
  •  ดูแลตัวเอง : ยิ่งคุณดูแลสุขภาพกายและใจมากเท่าไหร่คุณก็จะรู้สึกดีขึ้นเท่านั้น การเปลี่ยนแปลง lifestyle แบบเรียบง่าย ก็อาจจะช่วยให้คุณรู้สึกเป็นตัวของตัวเองอีกครั้ง เช่น ปล่อยวางงานบ้านบ้างก็ได้ ให้เวลากับตัวเองและลูก, ออกกำลังกาย  จากผลการศึกษาหลายการศึกษาพบว่ายาวิเศษในการรักษาโรคซึมเศร้า,  ฝึกสมาธิ ทำให้คุณรู้สึกสงบ และยังช่วยให้คุณรู้ตัวเองมากขึ้นว่าคุณต้องการและคุณกำลังรู้สึกอย่างไร, ให้เวลากับตัวเอง เพื่อพักผ่อนและหยุดพักจากหน้าที่แม่ 
  •  ให้เวลากับความสัมพันธ์ของคุณกับคนรักของคุณ : เด็กทารกต้องการเวลาจากคุณพ่อคุณแม่อย่างมาก  ซึ่งอาจจะทำให้ความสัมพันธ์ในฐานะของคู่รักสั่นคลอนได้ เพราะเวลาที่มีให้กันน้อยลง สิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวดิฉันและอยากเตือนสติผู้อ่านสำหรับความสัมพันธ์คือ 
  • อย่าให้คนรักของคุณตกเป็นเพาะรับบาป : คือการที่คุณเลี้ยงลูกเหนื่อย นอนน้อยลง อาจทำให้คุณหงุดหงิด แต่คุณไม่สามารถที่จะทำอะไรได้กับลูก คุณเลยไปลงอารมณ์อันเกรี้ยวกราดกับคนรักของคุณ ให้พึงระลึกเสมอว่าคุณทั้งคู่คือทีมเดียวกัน
  • สื่อสารอย่างตรงไปตรงมา : แน่นอนค่ะว่าผู้หญิงจะคิดว่าทำไมต้องให้บอกตลอด ไม่รู้เหรอว่าต้องทำยังไง?  โอ้ยย ปัญหาหลักของคู่รักจริงๆค่ะเรื่องนี้ ต้องทำความเข้าใจก่อนว่าผู้ชายหลายคนจะคิดอะไรไม่ลึกซึ้ง ซับซ้อนเท่ากับผู้หญิง ดังนั้นผู้หญิงเราอยากได้อะไร อยากให้ช่วยอะไรก็ต้องบอกอย่างตรงไปตรงมา อย่าคาดหวังว่าเขาต้องรู้ว่าคุณมีอะไรในใจ 
  • หาเวลาอยู่ด้วยกันสองคน : จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องหาเวลาไว้สำหรับคุณสองคน คุณจะเห็นถึงความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัดในความรู้สึกที่เกิดขึ้นเมื่อคุณได้ใกล้ชิดกัน เหมือนกับคุณได้ย้อนเวลากลับไปก่อนจะมีลูก

 

คุณพ่อสามารถช่วยคุณแม่ได้อย่างไรบ้าง 

  • เป็นผู้ฟังที่ดี : การรับฟังโดยไม่ตัดสินหรือแนะนำวิธีแก้ปัญหา  บางครั้งคุณแม่ก็แค่อยากระบาย ถ้าคุณแม่อยากได้คำแนะนำเขาก็จะถามเอง เพราะบ้านดิฉันก็เป็นค่ะ เมื่อดิฉันระบาย คุณพ่อก็อยากช่วย แต่ก็เป็นการช่วยแนะนำไม่ได้ลงมือ คุณแม่อย่างดิฉันก็จะหงุดหงิดขึ้นมาอีกค่ะ ดังนั้นคุณพ่อ play safe โดยการรับฟังที่ดีค่ะ
  • ช่วยเหลืองานบ้าน : คุณพ่อหลายท่านก็อาจจะหลงลืมไปว่าเลี้ยงลูกก็เหนื่อยได้นะ ถ้าคุณพ่อกำลังอ่านอยู่ขอบอกเลยค่ะว่าเลี้ยงลูกเหนื่อยค่ะ เพราะร่างกายภายในก็ทำงานหนักมากนะคะ ผลิตน้ำนมเอย ไหนจะนอนหลับไม่เต็มที่อีก คุณพ่ออย่ารอช้าค่ะ อะไรทำได้ก็ช่วยค่ะ เพราะการมีลูก พ่อแม่ต้องทำงานเป็นทีมค่ะ 
  • ให้คุณแม่มีเวลาส่วนตัวบ้าง : การพักผ่อน ผ่อนคลายเป็นสิ่งสำคัญ  ให้คุณแม่หยุดพักบ้าง คุณพ่อก็เข้ามาช่วยดูแลลูกในช่วงที่คุณแม่พักผ่อน
  • อดทนไว้หากคุณแม่ไม่พร้อมมีเซ็กส์ : อาการซึมเศร้าส่งผลต่อความต้องการทางเพศ ดังนั้นคุณพ่อต้องให้เวลาคุณแม่สักพัก หรืออาจจะแสดงออกด้วยการกอด หอมแก้มไปก่อนในช่วงนั้น
  • หากิจกรรมทำด้วยกัน : ไม่จำเป็นใช้เวลานานค่ะ อาจจะหาเวลานั่งดูหนังด้วยกัน เล่นเกมส์ด้วยกัน เพื่อเรียกเสียงหัวเราะ ช่วยให้คุณแม่อารมณ์ดีขึ้นได้ หรือออกไปเที่ยวด้วยกันทั้งครอบครัวกับลูกตัวน้อยด้วย

ภาวะอารมณ์หลังคลอดเป็นปัญหาที่ทำให้คุณแม่และสมาชิกคนอื่นๆในครอบครัวรู้สึกไม่สบายใจ ท้อแท้ แต่คุณไม่ได้เป็นหนึ่งเดียวบนโลกใบนี้ที่ตกอยู่ในภาวะ เบบี้บลูส์ (Baby Blues)  แต่ยังมีอีกหลายๆคน ที่ตกอยู่ในภาวะนี้เช่นกัน คุณแม่ต้องพยายามรู้ทันความรู้สึกตัวเอง และทำให้ทำให้ตัวคุณเองกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งให้เร็วที่สุด เพื่อตัวคุณเอง ลูกน้อย และความสัมพันธ์ที่ดีของทุกคนในครอบครัว สู้ๆนะคะคุณแม่ทุกท่าน ไม่มีอะไรยากเกินความสามารถของคุณแม่นักสู้อย่างเราๆค่ะ

Resources :

https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/postpartum-depression/symptoms-causes/syc-20376617#:~:text=Most%20new%20moms%20experience%20postpartum%20%22baby%20blues%22%20after,and%20may%20last%20for%20up%20to%20two%20weeks.

https://www.healthline.com/health/baby-blues#meaninghttps://www.marchofdimes.org/pregnancy/baby-blues-after-pregnancy.aspx#

https://www.nhs.uk/conditions/pregnancy-and-baby/feeling-depressed-after-birth/https://hd.co.th/what-is-postpartum-depression

https://www.pobpad.com/%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%B0%E0%B8%8B%E0%B8%B6%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%94

https://www.helpguide.org/articles/depression/postpartum-depression-and-the-baby-blues.

https://www.dmh.go.th/news-dmh/view.asp?id=28267 

บทความที่เกี่ยวข้อง

บทความน่าสนใจ