รีวิว ลำโพงพกพา Bluetooth JBL Charge 2+ เปลี่ยนแบตเตอรี่ได้ด้วยตนเองง่ายๆ

ลำโพง Bluetooth JBL Charge 2+

ปัจจุบันนี้อุปกรณ์เทคโนโลยีต่าง ๆ ได้ถูกพัฒนาให้ใช้งานร่วมกับอุปกรณ์สื่อสารอิเล็คทรอนิคอื่นๆได้สะดวกขึ้นด้วยฟังก์ชั่นเชื่อมต่ออย่างบลูทูธ ซึ่งทำให้การใช้งานสะดวกสบายขึ้นเป็นอย่างมาก รวมถึงคนที่ชอบฟังเพลงก็ไม่ต้องติดแหง็กอยู่กับบ้าน เพื่อจะได้ฟังเพลงจากลำโพงดีๆ เพราะตอนนี้มี ลำโพงบลูทูธ (Bluetooth speakers) หรือลำโพงพกพา ออกมาเอาใจคนรักเสียงเพลง เรียกว่าการฟังเพลง ในช่วงที่อยู่ข้างนอก ไปท่องเที่ยวแบบตั้งแคมป์กลางดงก็ไม่ใช้อุปสรรคอีกต่อไป และถ้าคุณกำลังมองหาลำโพง Bluetooth เสียงดีซักตัวมาใช้งานอยู่ละก็ วันนี้เราจะขอพาไปแนะนำ ลำโพงบลูทูธ  JBL Charge 2+ แบบจัดเต็ม พร้อมแล้วไปดูกันครับ

สเปค

ยี่ห้อ/รุ่น : JBL Charge 2+

รับประกัน : 1 ปี

แบตเตอรี่ : 12 ชม.

ขนาด (มม.)   : สูง 79 กว้าง 185.2 ลึก 79

น้ำหนัก (กรัม) : 600

กำลังขับสูงสุดของลำโพง : 15 วัตต์

จำนวนลำโพง : 2

คุณสมบัติพิเศษ : กันน้ำ ในระดับ IPX5 (กันน้ำกระเซ็น ไม่แนะนำให้จุ่มน้ำ)

เช็คราคาและโปรโมชั่นได้ที่ Power buy เช็คราคาและโปรโมชั่นได้ที่ Central

ความรู้สึกหลังจากใช้งานมาประมาณ 3 ปี เพื่อให้อ่านแล้วเข้าใจง่ายขอแบ่งเป็นประเด็น ดังนี้

ชอบ:

  1. เสียง นับว่าเป็นจุดที่ทำให้ผมประทับใจลำโพง JBL Charge 2+ ในครั้งแรกที่ใช้งาน โดยเฉพาะเสียงต่ำหรือเบสที่เมื่อเทียบกับขนาดตัวแล้วถือว่าทำได้เกินความขาดหมาย แต่ต้องบอกก่อนว่าลำโพงตระกูล Charge ของ JBL ค่อนข้างจะมีเสียงลักษณะแบบเบสนำเป็นหลัก ดังนั้น ถ้าใครชอบให้เสียงร้องเด่น แนะนำว่าควรมองเป็นรุ่น Flip ที่มีขนาดเล็กกว่าและราคาที่ต่ำรองลงมา 
  2. ระยะเวลาการใช้งาน เฉลี่ยแล้วผมชาร์จสัปดาห์ละครั้งและใช้ประมาณวันละชั่วโมงนิดๆ แต่ไม่ได้จับเวลาว่าถึง 12 ชม.ตามที่คู่มือเขียนไว้หรือไม่ นอกจากนี้ เราสามารถหาแบตเตอรี่มาเปลี่ยนให้กับลำโพง JBL รุ่น Charge ได้ง่าย (ทางออนไลน์ก็มี) แม้อาจดีไม่เทียบเท่าของแท้แต่ก็พอใช้งานได้และราคามิตรภาพมากๆ (ให้นึกถึงเวลาเราไปเปลี่ยนแบตเตอรี่ iPhone ตามร้านตู้นั่นแหละ) เนื่องจากลำโพง JBL ได้รับความนิยมมากโดยเฉพาะรุ่น Charge และ Flip ที่สังเกตได้จากมีของปลอมออกมาวางขายกันเกลื่อนกลาด นี่จึงเป็นเหตุผลให้ผมซื้อผ่านร้านมหาจักรโดยตรง (กลัวได้ของปลอมราคาของแท้ 😭) อีกทั้ง วิธีการเปลี่ยนยังง่ายมากอีกด้วย
แบตเตอรี่ลำโพง JBL รุ่น Charge
แบตเตอรี่ที่สั่งมาทางออนไลน์
แบตเตอรี่บวม JBL รุ่น Charge
แบตเตอรี่บวมหลังจากใช้งานได้ประมาณ 2 ปี ซึ่งเป็นปกติของอุปกรณ์ลักษณะนี้อยู่แล้วที่อายุแบตเตอรี่จะไม่นานเท่าไร
 JBL Charge2+ และ Flip
บน: แบตเตอรี่ก้อนเดิมที่บวม
ล่าง: แบตเตอรี่ที่สั่งผ่านออนไลน์
JBL Charge2+ เปลี่ยนแบตเตอรี่
การเปลี่ยนไม่ยากเลย เพียงแงะตะแกรงลำโพงออกมา

3. กันน้ำ เชื่อว่าหลายคนชอบที่จะฟังเพลงในห้องน้ำ (เอ๊ะ!!! หรือเราคนเดียว) และรายการวิทยุออนไลน์ (Podcast) ทั้งหลาย แม้สมาร์ทโฟนหลายรุ่นในปัจจุบันจะออกแบบมาให้กันน้ำแล้วก็ตาม แต่เสียงลำโพงของมันช่างไม่สะใจและไม่ได้อารมณ์เอาเสียเลย ลำโพงบลูทูธจึงเป็นคำตอบ แต่ถ้าจะให้อุ่นใจลำโพงบลูทูธควรจะมีคุณสมบัติกันน้ำด้วย ซึ่งผมจะบอกว่า JBL Charge2+ ทำหน้าที่นี้ได้ดีทีเดียว

อย่างไรก็ตาม…กรุณาหลีกเลี่ยงการจุ่มน้ำ เท่าที่ลองมันไม่พังนะ แต่เสียงมันจะอู้อี้ลักษณะคล้ายกับเอาสมาร์ทโฟนไปจุ่มน้ำประมาณนั้น

4. หัวชาร์จที่ให้มาดีและมีปลั๊กหลากหลายรูปแบบให้ใช้

หัวปลั๊กเจบีแอล ชาร์จ 2
หัวปลั๊กให้มาครบชุดเลยทีเดียว
ชาร์จ ลำโพง JBL Charge2+
กำลังไฟ 2.3A ไว้สำหรับชาร์จ iPad ได้สบาย

ไม่ชอบ:

  1. ไมโครโฟน (Microphone) ด้วยความที่ใช้บลูทูธในการเชื่อมต่อ สิ่งที่จะได้พ่วงมาด้วยคือสามารถคุยโทรศัพท์ได้ แต่…เป็นที่น่าเสียดายว่าการคุยในระยะหวังผลที่ปลายสายจะได้ยินเราอย่างชัดเจนอยู่ที่ประมาณ 1 ฟุต…ใช่ครับ ไม่ได้พิมพ์ผิด เหมือน JBL Charge2+ ตัวนี้จะถูกออกแบบมาไว้ให้คุยเวลาวางไว้บนโต๊ะทำงานที่เรานั่งอยู่ใกล้ๆ เท่านั้น อย่างไรก็ตาม เท่าที่ผมได้อ่านรีวิวมาลำโพงบลูทูธส่วนใหญ่ระยะหวังผลก็ประมาณนี้ ถ้าอยากได้แบบรับสายแล้วเดินไปมารอบห้องพร้อมกับคุยไปด้วยได้ แนะนำ HomePod หรือ HomePod mini ครับ ที่ได้รับการรีวิวไว้แล้วว่า ไมค์ดีมากที่สุด
  2. เชื่อมต่อได้พร้อมกัน 3 อุปกรณ์ (ตามคู่มือเรียกว่า Social mode) มีโทรศัพท์ของ ก. ข. และ ค. เชื่อมต่อลำโพง JBL Charge 2+ พร้อมกัน ตอนแรกเพลงที่เปิดเป็นเพลย์ลิสต์ (play list) ของ ก. หลังจากนั้น ข. อยากนำเสนอเพลงใหม่แนวอินดี้ที่ยังไม่มีใครรู้จัก (แต่ยอดวิวสิบล้าน) ข. สามารถเล่นเพลงจากโทรศัพท์ได้เลยโดย ก. ไม่ต้องตัดการเชื่อมต่อ ว้าวววววว แล้ว ค. บอกว่า เฮ้ยยยยย K-OTIC กลับมารวมวงใหม่เว้ยมาฟังเพลงกันแล้ว ค. ก็เปิดเพลงต่อได้เลยเช่นกัน ว้าวววววว ฟังดูดีใช่ไหมครับ อย่างไรก็ตามด้วยคุณสมบัตินี้จะยึดว่าคนที่จะส่งเสียงออกลำโพงได้คือคนเล่นหลังสุด ซึ่งจากเหตุการณ์ข้างต้น ถ้า ก. เปิดเพลง เพลงจากโทรศัพท์ ก. จะถูกเล่นแทนโทรศัพท์ ค. โดยอัตโนมัติซึ่งมันเหมือนจะเป็นเรื่องปกติ แต่โทรศัพท์ที่เราใช้ทุกวันนี้มักจะมีเสียงแจ้งเตือนต่างๆ นานามากมาย เช่น Line Messenger เมล เป็นต้น ดังนั้นให้ลองนึกภาพตามว่า ค. เปิดเพลง ก. Line เข้า ค. เปิดใหม่ สักพัก ข. เมลเข้า ค. เปิดใหม่ ก. Line ยังเข้าอยู่ ผมถึงบอกว่าด้วยแนวคิดนั้นดี แต่ใช้งานจริงยังไม่ได้
JBL Charge 2+ Social mode
ปุ่มเปิดใช้งาน Social mode

3. ปุ่มควบคุม ที่ยังขาด ข้ามเพลง ย้อนเพลง และเรียกใช้งาน Siri สำหรับคนใช้ iPhone

4. ราคา ถ้าจำไม่ผิดราคาเปิดตัวของ JBL Charge2+ คือ 5,900 บาท ซึ่งถ้าเป็นราคานี้ผมคงไม่ซื้อมาใช้งาน แต่เผอิญผมซื้อตอน JBL ออกรุ่น Charge 3 มาแล้ว (ซื้อของตกรุ่นนั่นเอง) ราคาเลยลดลงมาเหลือ 2900 บาท

เหมาะกับใคร:

ผมว่า JBL Charge2+ เหมาะกับคนที่ชอบย้ายลำโพงไปฟังตามจุดต่างๆ ของบ้าน เช่น ห้องน้ำ ห้องครัว ห้องนั่งเล่น และลานนอกบ้าน แต่ไม่เหมาะกับการพกพาเพื่อการเดินทาง ถ้าเน้นการเดินทางควรไปเล่นรุ่น Flip หรือ Go ดีกว่า

JBL Flip 4

บทความที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี

รีวิว Google home ลำโพงอัจฉริยะ หนึ่งใน smart gadgets ภายในบ้าน (thatsmatter.com)

Belkin Type-C ของมันต้องมีสำหรับผู้ใช้ Macbook คุ้มค่ากับการใช้งาน (thatsmatter.com)

ปุ่มลัดบน Macbook 101 ที่จะทำให้การใช้งานบนระบบ Macintosh ง่ายขึ้น (thatsmatter.com)

พาวเวอร์แบงค์ รีวิว ยี่ห้อไหนดี จะเลือกซื้อย่างไร ให้ได้ของดี (thatsmatter.com)

แกะกล่อง รีวิว กล้องฟิล์ม KitKat รุ่น 2 มือสมัครเล่นห้ามพลาด (thatsmatter.com)

 

สุดท้ายนี้…มีสิ่งที่ผมชอบอย่างนึงของ JBL Chagre2+ สีส้มตัวนี้คือ…สวย

JBL Chagre 2+ สีส้ม