และแล้วก็ถึงวันที่ฉันต้อง ตรวจโควิด-19 ให้ลูก (Covid-19 Home test )

ตรวจโควิด-19 Covid-19 test

เรื่องที่จะเล่านี้เป็นเหตุการณ์ฉันต้อง ตรวจโควิด-19 ให้ลูก ที่เกิดขึ้นในประเทศอังกฤษ วันที่ 6 ตุลาคม 2563 ซึ่งเป็นช่วงกำลังเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ (Autumn) โดยช่วงเสาร์-จันทร์ ลูกชายวัย 3 ขวบ ก็มีอาการไอแบบมีเสมหะช่วงกลางคืน และช่วงที่วิ่งเล่นตามภาษาเด็ก และไม่มีไข้ หรืออาการอย่างอื่นใดๆเลย วันจันทร์ก็ไปโรงเรียนปกติ แต่เมื่อถึงวันอังคาร เราก็ได้รับโทรศัพท์จากทางโรงเรียแจ้งว่าให้มารับลูกด่วนเลย เนื่องจากลูกคุณไออย่างต่อเนื่อง เราก็รีบไปรับลูก สิ่งที่ทางโรงเรียนแนะนำคือ คุณต้องกักตัว (Self-isolating ) ลูก 10 วัน (นั่นคือหยุดเรียน 10 วัน และแม่ต้องหยุดทำงานด้วยเช่นกัน) หรือต้องลงทะเบียนขอรับชุดตรวจโควิด-19 ซึ่งเราก็พาลูกกลับบ้านและไม่รอช้าที่จะลงทะเบียนขอรับชุดตรวจ 

สารบัญ

โดยมีขั้นตอนการลงทะเบียนดังนี้

  • ลงทะเบียน ในเว็บไซต์ของรัฐบาลอังกฤษ (gov.uk)  โดยจะมีให้เลือกว่าไปที่จุด ตรวจโควิด-19 ที่มีให้ หรือต้องการอุปกรณ์ตรวจเองที่บ้าน ซึ่งเราสามารถขอเพิ่มได้อีก 3 ชุด สำหรับสมาชิกคนอื่นๆ ซึ่งเราก็ขอค่ะ ให้คุณพ่อ ปู่และย่า เพราะลูกชายได้ไปเจอปู่และย่า (ผู้เป็นคนอายุเยอะ และมีโรคประจำตัว) ส่วนตัวเราเองมีการตรวจเช็คที่ทำงานทุกอาทิตย์อยู่แล้ว (เนื่องจากเราทำงานดูแลคนแก่)
  • กรอกข้อมูล โดยใส่รายละเอียด ชื่อ เลขประจำตัวสำหรับโรงพยาบาล เบอร์โทรติดต่อ อาการ และอาชีพ 

เมื่อพูดถึงตัวระบบถือว่าดีมากเลยนะคะ ใช้การง่าย ระบบเสถียร

หลังจากลงทะเบียนทางเว็บไซต์แจ้งว่าอุปกรณ์จะมาถึงบ้านของคุณภายใน 48 ชั่วโมง โดยเขาจะให้ track number มาเพื่อตรวจสอบสถานะของอุปกรณ์

อุปกรณ์ตรวจโควิด-19

เปิดคู่มือมาอ่านก่อนเลยค่ะ แล้วทำตามขั้นตอน

  • ตรวจสอบเวลาเปิดตู้ไปรษณีย์ใกล้บ้านคุณ  อันนี้สำคัญนะคะ เพราะควรทำการตรวจ (swap) แล้วหย่นตู้ไปรษณีย์ภายในวันนั้นๆ ก่อนที่บุรุษไปรษณีย์จะเปิดตู้จดหมาย 
  • ลงทะเบียนอุปกรณ์การตรวจโควิด-19 ทางออนไลน์ทางเว็บไซต์ของรัฐบาล ( Gov.uk) ก็ทำตามขั้นตอนค่ะ สิ่งสำคัญอีกอย่างในขั้นตอนนี้คือ คุณต้องแจ้งเวลาคร่าวๆ ที่คุณจะตรวจ (swap)  ซึ่งบอกไว้อย่างละเอียดมาก 

 

เตรียมตัวก่อน ตรวจโควิด-19

จากประสบการณ์ของตัวเราเอง ผู้ซึ่ง ตรวจโควิด-19 มาหลายครั้งแล้ว ครั้งแรกเรียกว่าทรมานมาก ก็ไม่แปลกหรอกค่ะ เพราะมันเป็นสิ่งที่ปกติแล้วเราก็ไม่ได้ทำ คงไม่มีใครที่อยู่ๆก็เอาอะไรไปแตะต่อมทอนซิล หรือแหย่รูจมูกซึ่งมีความลึกมาก

และการที่ต้องตรวจให้ลูกด้วยแล้วนั้นมันน่าจะยากในความคิดเรา

 

  • เตรียมความพร้อม โดยดูวิดีโอสาธิตการตรวจโควิด-19 ที่ทางรัฐบาลก็ได้ทำไว้ทั้งการตรวจของเด็กและผู้ใหญ่ ซึ่งสามารถดูได้ทางยูทูป ( youtube) ซึ่งเราก็ให้ลูกชายดู อ้าปากทำเสียงอ้าาาา เอาลิ้นออกมา แล้วบอกกึงความรู้สึกว่าจะรู้สึกอย่างไร เพื่อไม่ให้เขาตกใจกับการตรวจ
  • ล้างมือ อันนี้สำคัญในยุคของโควิด 19
  • ทำความสะอาดพื้นผิวที่จะวางอุปกรณ์การตรวจโควิด 19
  • ตรวจเช็คว่าคุณมีของทุกอย่างพร้อมครบต่อการตรวจโควิด แล้วหรือยัง ซึ่งลิสต์ต่างๆก็มีให้ในคู่มือ ; ถุงซิปล๊อค (zip-lock bag), ไม้ป้าย ( Swap) ,  น้ำยาสำหรับเก็บไม้ป้าย, แผ่นดูดซับความชื้น, ถุงเก็บอุปกรณ์ปลอดเชื้อ (Biohazards), กล่องใส่อุปกรณ์ เพื่อส่งกลับไปยังห้องปฏิบัติการ (laboratory)
  • สั่งน้ำมูก เพราะตัวน้ำมูกจะไปขัดขวางการตรวจ
  • ล้างมือ อีกครั้งหนึ่ง
  • เกาะถุงที่ใส่ไม้ป้ายออก
  • อ้าปาก ให้เห็นต่อมทอนซิล (tonsils) แล้วใช้ไม้ป้ายแตะต่อมทอนซิลทั้งสองข้าง ประมาณ 10 วินาที
  • จมูก ใช้ไม้ป้ายเดียวกันกับที่ป้ายต่อมทอนซิล แหย่เข้าในรูจมูก โดยมีความลึก 2.5 ซม. หรือจนกว่าคุณรู้สึกว่าไม่สามารถแหย่ลึกไปกว่านั้นได้แล้ว โดยหมุนไม้ป้ายสักประมาณ 10-15 นาที 
  • นำไม้ป้ายใส่ในขวดน้ำยา โดยหักปลายไม้ป้ายออก (จะมีรอยต่อให้เห็น) แล้วนำใส่ในขวดน้ำยา
  • ล้างมือ
  • ใส่ขวดน้ำยาลงในถุงซิปล๊อค
  • นำถุงซิปล๊อคใส่ในถุงปลอดเชื้อ แล้วไล่อากาศออกจากถุง
  • บรรจุใส่กล่องไปรษณีย์
  • นำกล่องหย่นตู้ไปรษณีย์

หลังจากหย่อนกล่องลงตู้ไปรษณีย์แล้วก็ร้องเพลงรอค่ะ ตั้งหน้าตั้งตารอผลทางอีเมล์ รีเฟรช (refresh)  อีเมลล์แล้วอีเมลล์เล่า ในที่สุดหลังจากนั้น 4 วัน   ผลตรวจก็ออกมา Negative ทั้งบ้าน เย้ๆ ดีใจกันถ้วนหน้า

สรุป ตรวจโควิด-19

แล้วเราใช้เวลาทั้งหมด 7 วัน ในการรู้ผลการตรวจโควิด-19 สำหรับเราแล้วถือว่าไม่นานเกินรอ หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมไม่ไปตรวจที่จุดตรวจ จุดตรวจที่ว่างให้เราไปตรวจในช่วงเวลานั้น  อยู่ห่างจากบ้านประมาณ 150 กิโลเมตร สำหรับเราขอรออยู่ที่บ้านดีกว่า (อันนี้ก็แล้วแต่ความสะดวกขอแต่ละบ้านนะคะ) และอีกอย่างที่อยากบอกคือ คุณอาจจะคิดว่าการตรวจโควิดให้เด็กเป็นสิ่งที่ยาก แต่สำหรับลูกชายเราแล้ว เขาให้ความร่วมมือดีมาก ดีเกินคาด เราก็กังวลไปเองตามภาษาคุณแม่ขี้นอยด์ 

สุดท้ายแล้วขอให้ทุกคนปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานที่ดูแลเรื่องโควิด-19 นะคะ ร่วมด้วยช่วยกันค่ะ เพราะไม่ใช่เพียงคุณเท่านั้นที่จะได้รับผลกระทบ ยังมีคนรอบข้าง และอีกหลายๆคนที่คุณอาจจะแพร่เชื้อให้เขาโดยที่คุณเองไม่รู้ตัว ซึ่งในตอนนี้สถานการณ์เศรษฐกิจทั่วโลกก็ยังไม่ดีขึ้น แล้วส่งผลให้ผู้คนมากมายต้องถูกปลดจากงาน ส่งผลให้คนในครอบครัวนั้นก็อาจได้รับผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของพวกเขาด้วย การช่วยให้สถานการณ์เลวร้ายนี้ทำไม่ยากค่ะ เริ่มปฏิบัติดูแลตัวเองและคนรอบข้างให้การ์ดอย่าตก!!! นะคะ