ทำความรู้จักโควิด-19 สายพันธุ์อินเดีย อีกหนึ่งสายพันธุ์ที่ได้ชื่อว่าหฤโหด

สายพันธุ์อินเดีย

หากติดตามข่าวสารและตัวเลขอัพเดตถึงจำนวนผู้ติดเชื้อรายวันในแต่ละประเทศทั่วโลก จะเห็นได้ว่าสหรัฐอเมริกายังคงครองอันดับ 1 ของจำนวนผู้ติดเชื้อ แต่ประเด็นน่าสนใจกลับอยู่ที่ตัวเลขจำนวนผู้ติดเชื้อรายวันของประเทศอินเดียที่พุ่งสูงถึงหลัก 4 แสนคนต่อวันในเวลาอันรวดเร็ว นอกจากนี้จำนวนผู้ป่วยสะสมในประเทศอินเดียยังสูงกว่า 19 ล้ายราย ซึ่งถือว่าสูงที่สุดในเอเชีย และยังคงพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ ที่สำคัญคือมีสายพันธุ์ใหม่เกิดขั้น “สายพันธุ์อินเดีย”

บทความที่เกี่ยวข้อง

โควิดสายพันธุ์อินเดีย
แม้ว่าก่อนหน้านี้ประเทศอินเดียเคยออกมาตรการและสามารถลดจำนวนผู้ติดเชื้อรายวันต่ำกว่าหลักหมื่นได้แล้ว แต่หลังจากการผ่อนคลายมาตรการและประชาชนจำนวนมากออกมาทำกิจกรรมต่างๆทั้งการรวมตัวกันเพื่อเคลื่อนไหวทางการเมืองและการประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ทำให้เกิดมีผู้ติดเชื่อเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วอีกครั้งตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคม 2564 เป็นต้นมา โดยเฉพาะในเดือนเมษายน 2564 ที่มีผู้ติดเชื้อทั้งเดือนสูงถึงราว 7 ล้านคน 

สายพันธุ์อินเดีย B.1.617
รูปจาก : thairath.co.th

มีการอ้างอิงบทความใน The new York Times ที่ระบุถึงการรรระบาดของโควิด-19 ในอินเดียว่าทั่วโลกต้องเฝ้าระวัง เนื่องจากเป็นการแพร่ระบาดที่ไม่สามารถควบคุมได้และอาจส่งผลต่อการกลายพันธุ์ของไวรัสที่อันตรายยิ่งขึ้น ตลอดจนไวรัสที่กลายพันธุ์ อาจมีความสามารถในการหลบเลี่ยงภูมิคุ้มกันจากวัคซีนก็เป็นได้

สายพันธุ์อินเดีย โควิด-19
อย่างไรก็ตามในประเทศไทยยังไม่มีการพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่ยืนยันว่าเป็นไวรัสสายพันธุ์อินเดีย แต่เพื่อเป็นการเฝ้าระวัง วันนี้ Thatsmatter.com จึงมีข้อมูลเกี่ยวกับโควิด-19 สายพันธุ์อินเดียมานำเสนอให้ผู้ติดตามได้ทำความรู้จักที่มาที่ไปและลักษณะของสายพันธุ์ดังกล่าวกันค่ะ

สายพันธุ์อินเดีย
รูปจาก : news.sky.com

ทำความรู้จัก Covid-19 สายพันธุ์อินเดีย

เชื้อโควิด-19 กลายพันธุ์นี้ถูกพบครั้งแรกในอินเดียเมื่อเดือนตุลาคม 2563 ที่ผ่านมา โดยมีการให้ชื่อว่า B.1.617 ทั้งนี้จากการศึกษาของผู้เชี่ยวชาญสันนิษฐานว่าไวรัสกลายพันธุ์ชนิดนี้อาจมีแนวโน้มในการทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานของวัคซีนลดลงได้ อย่างไรก็ตามยังเป็นเพียงข้อสันนิษฐานซึ่งยังไม่มีทฤษฎีหรือการผลการทดลองที่ยืนยันได้อย่างชัดเจน

การกลายพันธุ์ของโควิด-19 สายพันธุ์อินเดีย

การกลายพันธุ์ของสายพันธุ์นี้ถูกแบ่งเป็น 2 แบบ ดังนี้

  • การกลายพันธุ์แบบ 2 จุด หรือ Double Mutant  ในจุดที่เรียกว่า E484Q และ L452R ซึ่งจะส่งผลให้มีการกระจายตัวที่สูงมากขึ้น
  • การกลายพันธุ์แบบ 3 จุด หรือ Triple Mutant Variant หรือที่รู้จักกันในชื่อ สายพันธุ์เบงกอล” ซึ่งเป็นชนิด B.1.618 ที่หนามของไวรัสในตำแหน่ง H146 และ Y145 ได้หายไป และมีการกลายพันธุ์ในตำแหน่ง E484K และ D714G 

 เพราะเหตุใดจึงต้องระวังการแพร่ระบาดของโควิดสายพันธุ์อินเดีย ?

  • ทั้งนี้เพราะองค์การอนามัยโลกระบุว่าไวรัสสายพันธุ์ดังกล่าวอาจมีความสามารถในการแพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็ว
  • มีการกลายพันธุ์หลายตำแหน่ง โดยไวรัสกลายพันธุ์สายพันธุ์อื่นๆ ที่พบก่อนหน้านี้จะมีการกลายพันธุ์ตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งเท่านั้น 

สายพันธุ์อินเดีย วัคซีน
วัคซีนกันโควิด-19 สายพันธุ์อินเดีย

อย่างไรก็ตาม แม้ว่ายังไม่มีหลักฐานที่ยืนยันชัดเจนว่า ไวรัสกลายพันธุ์ชนิดนี้จะทำให้เกิดภาวะของโรคที่รุนแรงขึ้น หรือลดประสิทธิภาพของวัคซีนที่มีอยู่ในปัจจุบัน แต่เมื่อพิจารณาจาก 2 เหตุผลที่ควรเฝ้าระวังข้างต้น ย่อมสร้างข้อกังวลแก่หลายฝ่ายเกี่ยวกับการยั้บยั้งการแพร่ระบาดของไวรัสสายพันธุ์ดังกล่าว

สายพันธุ์อินเดีย ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ
รูปจาก : hfocus.org

นอกจากนี้ ขออ้างอิงคำสัมภาษณ์จาก ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ ที่ว่า สายพันธุ์อินเดียพบการกลายพันธุ์ใน2 ตำแหน่ง ซึ่งเป็นประเด็นที่ทั่วโลกให้ความสนใจคือ อาจทำให้ประสิทธิภาพของวัคซีนลดลง ซึ่งเป็นสิ่งที่ทั่วโลกต่างจับตามองกันอยู่ แต่ยังไม่ได้พิสูจน์ว่า จะลดได้จริงหรือไม่ อย่าฝไรก็ดี ในทางทฤษฎี ตำแหน่งที่กลายพันธุ์ดังกล่าว อาจมีผลให้ประสิทธิภาพของวัคซีนลดลงได้ ดังนั้น จึงจำเป็นต้องเฝ้าระวังอย่างมาก

เตรียมตัวป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์อินเดีย อย่างไร

  • ภาครัฐ : เฝ้าระวังและคัดกรองผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศอย่างเข้มงวด
  • ภาคประชาชน : เฝ้าระวังและให้ความสำคัญกับการป้องกันตนเองตามมาตรการอย่างเข้มงวด (การ์ดอย่าตก) ดังนี้ 
    • สวมหน้ากากอนามัย
    • ล้างมือเป็นประจำ
    • รักษาระยะห่างจากผู้อื่น
    • ไม่รวมกลุ่มหรือไปในที่ชุมนุมชน
    • ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19

 ทั้งนี้ การที่เรามีวินัยในตนเองเฝ้าระวังป้องกันตัวเองอย่างสม่ำเสมอ ก็จะส่งผลดีต่อทั้งตัวเราและสังคม เพื่อเป็นการลดจำนวนและหยุดยั้งการแพร่ระบาดของโควิด-19 ไม่ว่าจะเป็นสายพันธุ์ใดก็ตาม 

Resources :

https://www.posttoday.com/world/651895

https://www.hfocus.org/content/2021/04/21493

https://www.petcharavejhospital.com/th/Article/article_detail/India-strain-of-Covid

เอกสารอ้างอิง

  1. สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข : สธ. เตือนอย่าหลงเชื่อ Rapid Test ตรวจภูมิคุ้มกันหลังฉีดวัคซีน
  2. สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข : แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัสวิทยาฯ ย้ำโควิด 19 จะไม่กลายพันธุ์ หากป้องกันไม่ให้เกิดการระบาดของโรค
  3. ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย : โควิด-19 ไวรัสกลายพันธ์สายพันธุ์อินเดียและเบงกอล
  4. ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย : โควิด-19 สายพันธุ์อินเดียกับสายพันธุ์แอฟริกาใต้

บทความที่น่าสนใจ