ทำความรู้จัก 3 เทคโนโลยีในการผลิตวัคซีนโควิด-19 และรายละเอียดของวัคซีนแบรนด์ต่างๆ

วัคซีนโควิด-19

ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโคโรน่าไวรัส หรือโควิด-19 ในปัจจุบันที่ยังไม่คลี่คลาย อีกทั้งยังมีการกลายพันธ์เป็นสายพันธุ์ใหม่อีกมากมาย ทางออกของแต่ละประเทศที่จะสามารถหยุดยั้งการแพร่ระบาด ณ ปัจจุบัน ก็คือ “ วัคซีนโควิด-19 ” ซึ่งมีการผลิตและพัฒนาออกมาหลากหลายแบรนด์

วัคซีนโควิด-19 รายละเอียด

บทความที่เกี่ยวข้อง

วันนี้ Thatsmatter.com จะชวนมาทำความรู้จักเทคโนโลยีที่ใช้ในการผลิตวัคซีนโควิด-19 รวมถึงรายละเอียดของวัคซีนแต่บะแบรนด์ว่ามีความแตกต่างอย่างไร

ซึ่งก่อนที่จะไปทำความรู้จักกับเทคโนโลยีเหล่านั้น เราขอสร้างความเข้าใจที่ตรงกันเกี่ยวกับตัวไวรัสซึ่งเป็นที่มาของเชื้อโควิด-19 กันก่อน ทั้งนี้ชื่อจริงๆของไวรัสตัวนี้เรียกว่า SAR-Cov2 ซึ่งทำให้คนที่ติดไวรัสตัวนี้เจ็บป่วยด้วยโรคระบาดที่เรียกว่า โควิด-19 (Covid-19) นั่นเอง

เทคโนโลยีการผลิตวัคซีนโควิด-19

3 เทคโนโลยีการผลิตวัคซีนโควิด-19

  1. เทคโนโลยี  “mRNA based vaccine”

เทคโนโลยีนี้เป็นการนำสารพันธุกรรมที่เรียกว่า mRNA ของไวรัสมาดัดแปลง เพื่อให้ mRNA ดังกล่าวสร้างภูมิต้านทานต่อไวรัส SAR-CoV2 ที่ทำให้เกิดเชื้อโควิด-19 เมื่อฉีดวัคซีนเข้าไปในร่างกาย วัคซีนก็จะพัฒนาตัวเองเพื่อต่อสู้กับเชื้อโควิด-19

อย่างไรก็ตาม ข้อจำกัดหรือเงื่อนไขสำคัญสำหรับวัคซีนที่ผลิตจากเทคโนโลยีนี้คงหนีไม่พ้นเรื่องของการเก็บรักษา เพราะต้องเก็บรักษาในที่ที่มีอุณหภูมิต่ำมากๆแบบติดลบถึง -80 องศาเซลเซียส

ตัวอย่างแบรนด์วัคซีนที่ผลิตด้วยเทคโนโลยี mRNA based vaccine ได้แก่ Pfizer (ไฟเซอร์) และ Moderna (โมเดอนา) เป็นต้น

 “mRNA based vaccine
2. เทคโนโลยี “Viral vector vaccine”

เทคโนโลยีนี้เป็นการประดิษฐ์สารพันธุกรรม ที่เรียกว่า DNA นำมาดัดแปลงให้เข้ากับตัวไวรัส เมื่อฉีดเข้าสู่ร่างกาย DNA ที่ถูกดัดแปลงก็จะสั่งหรือ program ร่างกายให้ผลิตโปรตีนที่มีภูมิต้านทานต่อไวรัส SAR-CoV2 ที่ทำให้เกิดเชื้อโควิด-19

วัคซีนที่ผลิตด้วยเทตโนโลยีนี้สามารถเก็บรักษาได้ในอุณหภูมิประมาณ 4 องศาเซลเซียส จึงค่อนข้างเหมาะกับประเทศในโซนที่มีอากาศร้อน

ตัวอย่างแบรนด์วัคซีนที่ผลิตด้วยเทคโนโลยี Viral vector vaccine ได้แก่ Astrazeneca (แอสตร้าเซนเนก้า) , Sputnik V (สปุตนิก วี) และ Johnson & Johnson (จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน) เป็นต้น

เทคโนโลยี “Viral vector vaccineSputnik V (สปุตนิก วี)Johnson & Johnson (จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน

3. เทคโนโลยี “Formalin with alum adjuvant”

เทคโนโลยีนี้เป็นการนำไวรัส SAR-CoV2 ของจริงมาเพราะเลี้ยงและใส่สารบางอย่างเพื่อทำให้เป็นเชื้อตายจากนั้นจึงเติมสารกระตุ้นภูมิต้านทานเข้าไป เมื่อฉีดเข้าไปเซลในร่างกายจะจดจำไวรัส (เชื้อตาย) ว่าเป็นสิ่งแปลกปลอมและสร้างภูมิต้านทานมาต่อสู้ ดังนั้นหากมีการติดเชื้อโควิด-19 หลังจากได้รับวัคซีนประเภทนี้ ร่างกายก็จะสามารถจดจำไวรัสดังกล่าวได้ว่าเป็นชนิดเดียวกับสิ่งแปลกปลอม (เชื้อตาย) และเกิดกระบวนการสร้างภูมิต้านทานมากำจัดต่อไป

ทั้งนี้เทคโนโลยีดังกล่าว ถือเป็นเทคโนโลยีที่มีการใช้กันมานาน เนื่องจากเป็นเทคโนโลยีในลักษณะเดียวกันกับการผลิตวัคซีนพิษสุนัขบ้า โปลิโอ และตับอักเสบ เป็นต้น

วัคซีนที่ผลิตด้วยเทคโนโลยีนี้สามารถเก็บรักษาได้ในอุณหภูมิเดียวกับตู้เย็นมาตรฐานทั่วไป คืออุณหภูมิประมาณ 2 ถึง 8 องศาเซลเซียส

ตัวอย่างแบรนด์วัคซีนที่ผลิตด้วยเทคโนโลยี Formalin with alum adjuvant ได้แก่ Sinovac (ซิโนแวค) และ Sinopharm (ซิโนฟาร์ม) เป็นต้น

Sinopharm (ซิโนฟาร์ม) เทคโนโลยี “Formalin with alum adjuvant

ก่อนจะมาเป็นวัคซีนโควิด-19

ก่อนจะมาเป็นวัคซีนโควิด-19

ทั้งนี้ก่อนที่จะมีวัคซีนโควิด-19 แบรนด์ต่างๆข้างต้นนั้น ต้องผ่านกระบวนการคิดค้น ทดลอง และพัฒนาอย่างเข้มข้น ทั้งนี้ความสำคัญของหลักวัคซีนก็คือ”ความปลอดภัย” ของผู้ที่ได้รับวัคซีน กระบวนการพัฒนาจึงต้องมีการทดลองที้งในระดับสัตว์ อาทิ ลิง และ หนู จากนั้นจึงนำมาทดลองและวิจัยในมนุษย์อีกถึง 3 ระยะ ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพสูงสุดของวัคซีน ก่อนที่จะได้รับการรับรองและขึ้นทะเบียนจากองค์การอนามัยโลก

ความปลอดภัยและประสิทธิภาพสูงสุดของ วัคซีนโควิด-19
ทำความรู้จักรายละเอียดวัคซีนโควิด-19 แต่ละแบรนด์

BNT162b2 Pfizer
รูปภาพจาก babgkokpost.com

Pfizer (ไฟเซอร์)

ชื่อวัคซีน : BNT162b2

เทคโนโลยีการผลิต : mRNA based vaccine

วิธีผลิต : ผลิตจากชิ้นส่วนสารพันธุกรรมของเชื้อไวรัส

ราคาเฉลี่ย ต่อ โดส : 20USD (ประมาณ 630 บาท)

ผลข้างเคียง ;

  • บริเวณที่ฉีด – ปวด บวม เกิดรอยแดง
  • อาการอื่น – หนาวสั่น ปวดศรีษะ เหนื่อยล้า

ประสิทธิภาพต่อโควิด-19 แต่ละสายพันธุ์ ;

  • SAR-Cov2 สายพันธุ์ดั้งเดิม – สามารถป้องกันได้ถึง 95% หลังฉีดครบ 2 โดส และสร้างภูมิคุ้มกันได้ใน 28 วัน
  • B.1.1.7 สายพันธุ์อังกฤษ – สามารถป้องกันการติดเชื้อได้ 94% (อ้างอิงผลการใช้ในประเทศอิสราเอล)
  • B.1351 สายพันธุ์แอฟริกาใต้ – ไม่สามารถป้องกันได้
  • P.1 สายพันธุ์บราซิล – ไม่ทราบผลแน่ชัด

(ทั้งนี้ Thatsmatter.com ยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับวัคซีนโควิด-19กับสายพันธุ์อินเดีย) 

วัคซีนโควิด-19 Moderna (โมเดอนา)
รูปภาพจาก cbc.ca

Moderna (โมเดอนา)ชื่อวัคซีน : mRNA-1273

เทคโนโลยีการผลิต : mRNA based vaccine

วิธีผลิต : สร้างภูมิคุ้มกันต่อไวรัสโดยเข้ารหัสโปรตีน spike ซึ่งมีอยู่ที่อนุภาคของไวรัสโควิด-19

ราคาเฉลี่ย ต่อ โดส : 15-25USD (ประมาณ 470-780 บาท)

ผลข้างเคียง ;

  • บริเวณที่ฉีด – ปวด บวม เกิดรอยแดง
  • อาการอื่น – หนาวสั่น ปวดศีรษะ เหนื่อยหอบ

ประสิทธิภาพต่อโควิด-19 แต่ละสายพันธุ์ ;

  • SAR-Cov2 สายพันธุ์ดั้งเดิม – สามารถป้องกันได้ 94% หลังฉีดครบ 2 โดส และสามารถสร้างภูมิคุ้มกันได้ใน 14 วัน
  • B.1.1.7 สายพันธุ์อังกฤษ – ประสิทธิภาพลดลงเมื่อนำมาทดลองกับไวรัสเสมือน (pseudovirus)
  • B.1351 สายพันธุ์แอฟริกาใต้ – ประสิทธิภาพลดลงเมื่อนำมาทดลองกับไวรัสเสมือน (pseudovirus)
  • P.1 สายพันธุ์บราซิล – ไม่ทราบผลแน่ชัด

(ทั้งนี้ Thatsmatter.com ยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับวัคซีนโควิด-19กับสายพันธุ์อินเดีย) 

วัคซีนโควิด-19 AstraZeneca (แอสตร้าเซนเนก้า)
รูปภาพจาก matichon.co.th

AstraZeneca (แอสตร้าเซนเนก้า)

ชื่อวัคซีน : AZD1222

เทคโนโลยีการผลิต : Viral vector vaccine

วิธีผลิต : ดัดแปลงเชื้อไวรัสอะดิโน ให้มีโปรตีนโคโรน่าไวรัส

ราคาเฉลี่ย ต่อ โดส : 4USD (ประมาณ 125 บาท)

ผลข้างเคียง ;

  • บริเวณที่ฉีด – ปวด
  • อาการอื่น – ปวดศีรษะ เหนื่อยหอบ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดบริเวณข้อ มีไข้ หนาวสั่น คลื่นไส้

*** ทั้งนี้ หน่วยงานสาธารณสุขเดนมาร์กสั่งระงับถาวรวัคซีน AstraZeneca

ประสิทธิภาพต่อโควิด-19 แต่ละสายพันธุ์ ;

  • SAR-Cov2 สายพันธุ์ดั้งเดิม – สามารถป้องกันได้ 76% หลังฉีดครบ 2 โดส และสามารถสร้างภูมิคุ้มกันได้ภายใน 15 วัน
  • B.1.1.7 สายพันธุ์อังกฤษ – มีแนวโน้มว่าป้องกันได้
  • B.1351 สายพันธุ์แอฟริกาใต้ – ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าป้องกันได้หรือไม่
  • P.1 สายพันธุ์บราซิล – ไม่ทราบผลแน่ชัด

(ทั้งนี้ Thatsmatter.com ยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับวัคซีนโควิด-19 กับสายพันธุ์อินเดีย)

 

วัคซีนโควิด-19 Sputnik V (สปุตนิก วี)
รูปภาพจาก dw.com

Sputnik V (สปุตนิก วี)

ชื่อวัคซีน : Gam-Covid-Vac

เทคโนโลยีการผลิต : Viral vector vaccine

วิธีผลิต : ใช้ไวรัสที่อ่อนฤทธิ์ลงให้เป็นพาหะ จากนั้นตัดต่อใส่สารพันธุกรรมของโควิด-19 เข้าไป

ราคาเฉลี่ย ต่อ โดส : 10USD (ประมาณ 310 บาท)

ผลข้างเคียง ;

  • บริเวณที่ฉีด – ปวด เมื่อย เกิดรอยแดง
  • อาการอื่น – ปวดศรีษะ มีไข้

ประสิทธิภาพต่อโควิด-19 แต่ละสายพันธุ์ ;

  • SAR-Cov2 สายพันธุ์ดั้งเดิม – ป้องกันได้ 91%
  • B.1.1.7 สายพันธุ์อังกฤษ –  ประสิทธิภาพการป้องกันลดลง
  • B.1351 สายพันธุ์แอฟริกาใต้ – ประสิทธิภาพการป้องกันลดลง (คิดเป็น 67% ทดลองใน 12 คน)
  • P.1 สายพันธุ์บราซิล – ยังไม่มรหลักฐานการทดลงกับสายพันธุ์นี้

(ทั้งนี้ Thatsmatter.com ยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับวัคซีนโควิด-19กับสายพันธุ์อินเดีย)

Johnson & Johnson (จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน)
รูปภาพจาก npr.org

Johnson & Johnson (จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน)

ชื่อวัคซีน : Jassen

เทคโนโลยีการผลิต : Viral vector vaccine

วิธีผลิต : ตัดต่อสารพันธุกรรมบางส่วนของโควิด-19 ให้กับไวรัสอะดิโนสายพันธุ์ 26 เพื่อเป็นพาหะเข้าสู่เซลส์ร่างกาย

ราคาเฉลี่ย ต่อ โดส : 10USD (ประมาณ 310 บาท)

ผลข้างเคียง ;

  • บริเวณที่ฉีด – ปวด บวม เกิดรอยแดง
  • อาการอื่น – อ่อนเพลีย คลื่นไส้ ปวดกล้ามเนื้อ

*** ทั้งนี้ องค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริการะงับการใช้วัคซีน Jassen ชั่วคราวหลังเกิดเหตุผู้ได้รับวัคซีนมีลิ่มเลือดอุดตัน 6 ราย เสียชีวิต 1 ราย

ประสิทธิภาพต่อโควิด-19 แต่ละสายพันธุ์ ;

  • SAR-Cov2 สายพันธุ์ดั้งเดิม – 66.9% (ฉีดเพียง 1 โดส) และสร้างภูมิคุ้มกันได้ใน 14 วัน
  • B.1.1.7 สายพันธุ์อังกฤษ – ยังไม่มีหลักฐานการทดสอบ
  • B.1351 สายพันธุ์แอฟริกาใต้ – ป้องกันการติดเชื้อได้ 64%
  • P.1 สายพันธุ์บราซิล – ยังไม่มีหลักฐานการทดสอบ

(ทั้งนี้ Thatsmatter.com ยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับ วัคซีนโควิด-19 กับสายพันธุ์อินเดีย)

Sinovac (ซิโนแวค) วัคซีนโควิด-19
รูปภาพจาก shutterstock.com

Sinovac (ซิโนแวค)

ชื่อวัคซีน : CoronaVac

เทคโนโลยีการผลิต : Formalin with alum adjuvant

วิธีผลิต : ผลิตจากไวรัสเชื้อตายเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกาย

ราคาเฉลี่ย ต่อ โดส : 13.6USD (ประมาณ 420 บาท)

ผลข้างเคียง ;

  • บริเวณที่ฉีด – ปวด บวม คัน ผื่นแดง บวมแข็ง
  • อาการอื่น – ปวดศรีษะ เหนื่อยล้า ปวดกล้ามเนื้อ คลื่นไส้ ปวดท้อง เบื่ออาหาร เจ็บคอ น้ำมูกไหล เยื่อบุผิดปกติ

*** ทั้งนี้ ผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นในไทย พบผู้ที่รับวัคซีน Lot No. J202103001 มีอาการชา คล้ายอัมพฤกษ์/อัมพาต ภายหลังฉีดวัคซีน 30 นาที จำนวน 6 ราย

ประสิทธิภาพต่อโควิด-19 แต่ละสายพันธุ์ ;

  • SAR-Cov2 สายพันธุ์ดั้งเดิม –  49.6% (ผลจาก WHO) และ 50.65% (ผลทดสอบในประเทศบราซิล)
  • B.1.1.7 สายพันธุ์อังกฤษ – ประสิทธิภาพในการป้องกันลดลง
  • B.1351 สายพันธุ์แอฟริกาใต้ – ประสิทธิภาพในการป้องกันลดลง
  • P.1 สายพันธุ์บราซิล – ประสิทธิภาพในการป้องกันลดลง

(ทั้งนี้ Thatsmatter.com ยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับ วัคซีนโควิด-19 กับสายพันธุ์อินเดีย)

วัคซีนโควิด-19 Sinopharm (ซิโนฟาร์ม)
รูปภาพจาก news.cgtn.com

Sinopharm (ซิโนฟาร์ม)

ชื่อวัคซีน : BBIBP-CorV

เทคโนโลยีการผลิต : Formalin with alum adjuvant

วิธีผลิต : ผลิตจากไวรัสเชื้อตายเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกาย

ราคาเฉลี่ย ต่อ โดส : 36USD (ประมาณ 1,120 บาท)

ผลข้างเคียง ;

  • บริเวณที่ฉีด – บวด บวม เกิดรอยแดง
  • อาการอื่น – ปวดศรีษะ มีไข้

ประสิทธิภาพต่อโควิด-19 แต่ละสายพันธุ์ ;

  • SAR-Cov2 สายพันธุ์ดั้งเดิม – 79.34% สำหรับค่าเฉลี่ยผลทดสอบใน 10 ประเทศ และ 86% ซึ่งเป็นผลทดสอบในประเทศสหรัฐอาหรับอามิเรตส์ นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยใหม่ในประเทศสหรัฐอาหรับอามิเรตส์ ที่ระบุว่า สามารถป้องกันได้ถึง 93%
  • B.1.1.7 สายพันธุ์อังกฤษ – ประสิทธิภาพในการป้องกันลดลง
  • B.1351 สายพันธุ์แอฟริกาใต้ – ประสิทธิภาพป้องกันได้ค่อนข้างดี
  • P.1 สายพันธุ์บราซิล – ประสิทธิภาพป้องกันได้ค่อนข้างดี

(ทั้งนี้ Thatsmatter.com ยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับ วัคซีนโควิด-19 กับสายพันธุ์อินเดีย)

ข้อห้ามในการฉีดวัคซีน

มีประวัติแพ้รุนแรงต่อส่วนประกอบของวัคซีน หรือผู้ที่ฉีดเข็มแรกแล้วมีอาการแพ้รุนแรง เช่น หายใจติดขัด (Shortness of Breath) มีอาการบวมที่หน้า ลิ้น หรือในทางเดินหายใจ เป็นต้น

ข้อควรระวังในการเตรียมตัวฉีดวัคซีน

สิ่งที่ต้องแจ้งบุคลากรทางการแพทย์ก่อนฉีดวัคซีน คือ

1. มีประวัติการแพ้ยา วัคซีน อาหาร สารก่อภูมิแพ้ต่าง ๆ อย่างรุนแรงหรือจนเป็นอันตรายต่อชีวิต
2. มีไข้เกิน 38 องศาเซลเซียสในวันที่มีการนัดฉีดวัคซีน
3. มีรอยช้ำ หรือจ้ำเลือด หรือมีเลือดออกผิดปกติ หรือใช้ยาป้องกันการแข็งตัวของเลือดอยู่ เช่น วาร์ฟาริน
4. ผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำหรือใช้ยากดภูมิคุ้มกันอยู่ เช่น สเตียรอยด์ขนาดสูง ยารักษาโรคมะเร็ง หรือยากดภูมิคุ้มกัน
5. อาการข้างเคียงทุกชนิดจากการฉีดวัคซีนชนิดนี้ในเข็มแรก
6. ตั้งครรภ์ หรือมีแผนจะตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร

การปฏิบัติตัวหลังได้รับวัคซีน

ผู้ฉีดวัคซีนจะต้องอยู่เฝ้าสังเกตอาการที่สถานพยาบาลหลังฉีดวัคซีนอย่างน้อย 30 นาที โดยระหว่างนั้นและหลังจากนั้นให้สังเกตอาการข้างเคียงที่อาจจะเกิดขึ้นตามข้างต้น และให้แจ้งอาการข้างเคียงทุกอย่างที่เกิดขึ้นแก่แพทย์ พยาบาล เภสัชกรด้วย เนื่องจากวัคซีนนี้เป็นวัคซีนชนิดใหม่อาจจะมีบางอาการที่ยังไม่พบตามข้างต้น หากมีอาการเล็กน้อย เช่น ปวดศีรษะ มีไข้ต่ำ ๆ สามารถรับประทานยาพาราเซตามอลเพื่อบรรเทาอาการได้ หากมีอาการรุนแรง เช่น ไข้สูง หนาวสั่น ปวดศีรษะรุนแรง ให้มาพบแพทย์โดยทันที และให้เก็บบันทึกการฉีดวัคซีนไว้เป็นหลักฐานด้วย

ตั้งแต่เริ่มมีการพบเชื้อไวรัส COVID-19 ในปลายปี พ.ศ. 2562 นอกจากการสูญเสียชีวิตยังเกิดผลกระทบหลายอย่างตามมาทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม การคิดค้นวัคซีนเพื่อป้องกันโรคจึงเป็นหนทางสำคัญอย่างยิ่งที่จะช่วยลดการติดเชื้อและความสูญเสีย ซึ่งปัจจุบันวัคซีนโควิด-19 ยังต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง โดยทิศทางงานวิจัยในอนาคต คือ ค้นคว้าวิจัยหายารักษาให้ได้และหาวัคซีนที่ได้ผลดีต่อเชื้อทุกสายพันธุ์อย่างปลอดภัย

Resources : 

https://youtu.be/ysC_p33nPfg

https://techsauce.co/

https://www.posttoday.com/social/general/646216

https://www.bbc.com/news/world-asia-china-55212787 

https://www.reuters.com/article/us-health-coronavirus-china-vaccine/sinopharms-covid-19-vaccine-79-effective-seeks-approval-in-china-idUSKBN2940C8 

บทความที่น่าสนใจ

One thought on “ทำความรู้จัก 3 เทคโนโลยีในการผลิตวัคซีนโควิด-19 และรายละเอียดของวัคซีนแบรนด์ต่างๆ

  1. Pingback: การฉีดวัคซีนโควิด-19 กับผู้หญิง ภายใต้เงื่อนไขต่างๆ ต้องระวังอะไรบ้าง ก่อนฉีด

Comments are closed.