สายพันธุ์โควิด-19 ที่ควรจับตามอง แล้ววัคซีนที่มีอยู่จะใช้ได้ผลหรือไม่ ?

สายพันธุ์โควิด-19 กลายพันธุ์

หลังจากพบซาร์ส-โควี-2 ที่ก่อโรคโควิด-19 ที่เมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน ที่เป็นสายพันธุ์แรกที่ทำให้เกิด การระบาดไปทั่วโลก หลังจากนั้นเราก็ได้ยินชื่อ สายพันธุ์โควิด-19 มากมาย ไม่ว่าจะเป็นสายพันธุ์อังกฤษ B.1.1.7, สายพันธุ์แอฟริกาใต้  B.1.351 ,สายพันธุ์บราซิล P.1 ,สายพันธุ์นิวยอร์ก B.1.526, สายพันธุ์แคลิฟอร์เนีย B.1.427/B.1.429, สายพันธุ์อินเดีย B.1.617 , สายพันธุ์ฟิลิปปินส์ และอีกหลายพันธุ์ที่มีการค้นพบการกลายพันธุ์ขึ้นเป็นระยะๆ วันนี้ทาง thatsmatter.com ขอหยิบยกบางสายพันธุ์มานำเสนอ ซึ่งข้อมูลที่นำมาเสนอนั้นเป็นข้อมูลจาก cdc ,  New Scientist , WHO และแหล่งข่าวสำนักงานใหญ่ที่น่าเชื่อได้ถือ มีการกลายพันธุ์สายพันธุ์ไหนบ้าง ไปดูกันค่ะ (ข้อมูลที่นำเสนอนี้เป็นการหยิบยกแค่ 6 สายพันธุ์ แต่ในปัจจุบันนี้มีการกลายพันธุ์มากกว่า 6 สายพันธุ์)

บทความที่เกี่ยวข้อง

สายพันธุ์โควิด-19

สายพันธุ์โควิด-19 กลายพันธุ์

Virus สายพันธุ์อังกฤษ B.1.1.7 

สายพันธุ์โควิด-19 กลายพันธุ์ สายพันธุ์อังกฤษ B.1.1.7

สายพันธุ์นี้ถือเป็นสายพันธุ์ที่แพร่กระจายในประเทศไทยอยู่ ณ ขณะนี้ จากคลัตเตอร์สถานบันเทิง ย่านทองหล่อ ซึ่งสายพันธุ์อังกฤษ B.1.1.7  คาดว่าเกิดขึ้นในเดือนกันยายน 2020 และสายพันธุ์ SARS-CoV-2 ที่มีการแพร่กระจายอย่างรวดเร็วในประเทศอังกฤษ  มีการตรวจพบ B.1.1.7 ในกว่า 30 ประเทศ 

ซึ่งในสายพันธุ์อังกฤษเอง ก็มีสายพันธุ์ย่อยๆ อื่นๆอีก

  • UK : Kent B1.1.7
  • UK : Bristol VOC-202102/02
  • UK : Liverpool VOI-202201/01
  • UK : B.1.525

ลักษณะพิเศษของสายพันธุ์อังกฤษ B.1.1.7

โดยมีสมบัติแพร่กระจายได้ง่ายขึ้นกว่าสายพันธุ์เดิมถึง 1.7 เท่า  และยังมีโอกาสที่จะร้ายแรงว่าสายพันธุ์เดิม (อู่ฮั่น) ถึง 30% อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาฟักตัวนานกว่า 14 วัน 

อาการของสายพันธุ์อังกฤษ B.1.1.7

อาการเบื้องต้นจะเหมือนกับโควิดสายพันธุ์อู่ฮั่น นั่นก็คือ มีไข้ ,รู้สึกเมื่อยล้า, ไอแห้ง ๆ, หายใจได้ลำบาก, บางรายอาจมีอาการเจ็บคอ

อาการที่พบเพิ่มเติมของสายพันธุ์อังกฤษ B.1.1.7 การสูญเสียรสชาติและการรับกลิ่น

วัคซีน กับ สายพันธุ์อังกฤษ B.1.1.7 

จากการศึกษาของมหาวิทยาลัยอ็อกซฟอร์ดร่วมกับภาคีผู้ทำการวิจัยวัคซีนแอสตราเซเนก้า กล่าวว่า โชคดีที่สายพันธุ์อังกฤษ B.1.1.7 ดูเหมือนจะต่อสู้กับวัคซีนที่มีอยู่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ  แม้ว่าวัคซีนบางชนิดจะไม่ได้เปิดเผยค่าประมาณของการป้องกัน ไวรัสสายพันธุ์น่ากังวล (Variant of Concern หรือ VOC)  ที่สำคัญ แต่ก็มีจำนวนที่แสดงให้เห็นถึงการป้องกันที่ยืดหยุ่นต่อ B.1.1.7

จากการทดสอบประสิทธิภาพ วัคซีนของมหาวิทยาลัยอ็อกซฟอร์ด-แอสตราเซเนก้า (Oxford university- Astrazanesta) ChAdOx1 nCoV-19 พบว่ามีประสิทธิภาพประมาณถึง 75% และ 84% เมื่อเทียบกับสายพันธุ์อื่น ๆ

อ่านบทความจัดเต็มของสายพันธุ์อังกฤษได้ที่ 

โควิด-19 สายพันธุ์อังกฤษ B.1.1.7 แพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว วัคซีนช่วยได้หรือไม่? (thatsmatter.com)

Virus สายพันธุ์แอฟริกาใต้  B.1.351 

สายพันธุ์แอฟริกาใต้ B.1.351

สายพันธุ์นี้ไม่มีความเกี่ยวข้องกับสายพันธุ์อังกฤษ B.1.1.7 แต่มีตำแหน่งการกลายพันธุ์บางส่วนเหมือนกันกับสายพันธุ์อังกฤษ สายพันธุ์แอฟริกาใต้  B.1.351 พบครั้งแรกที่อ่าวเนลสัน แมนเดลา ประเทศแอฟริกาใต้ ในช่วงต้นเดือนตุลาคม พ.ศ. 2563 และมีการแพร่กระจายไปประเทศอื่นๆด้วย ซึ่งพบอย่างน้อยๆ 20 ประเทศ รวมถึงประเทศไทยด้วย

ลักษณะพิเศษของแอฟริกาใต้  B.1.351

สายพันธุ์นี้มีการกลายพันธุ์ 21 ตำแหน่ง ในตำแหน่งหนามของไวรัส (Spike) ซึ่งใช้ในการจับกับเซลล์ของคน จำนวน 9 ตำแหน่ง ทำให้สามารถหลบภูมิคุ้มกันต่อสายพันธุ์เดิมได้  มีผลทำให้เกิดการติดเชื้อและการแพร่กระจายที่เร็วขึ้น  และบางสายพันธุ์อาจจะลดประสิทธิภาพการใช้วัคซีนลง

อาการของแอฟริกาใต้  B.1.351

อาการเบื้องต้นจะเหมือนกับโควิดสายพันธุ์แรก นั่นก็คือ มีไข้ ,รู้สึกเมื่อยล้า, ไอแห้ง ๆ, หายใจได้ลำบาก  และปอดอักเสบ

สายพันธุ์นี้แพร่เชื้อง่าย ทำให้การติดเชื้อง่ายขึ้น 

วัคซีน กับ แอฟริกาใต้ B.1.351

ผู้เชี่ยวชาญมีความเป็นห่วงเรื่องสายพันธุ์แอฟริกาใต้  B.1.351 เพราะไม่ค่อยตอบสนองต่อ

วัคซีนที่ฉีดกันอยู่ในขณะนี้ ผลการศึกษาประสิทธิภาพของวัคซีนลดลง

  • วัคซีน AstraZeneca ต่อสายพันธุ์แอฟริกาใต้ (B.1.351) เหลือเพียงแค่ 10.4% จากเดิมที่ป้องกันได้ 70.4%
  • วัคซีน Johnson & Johnson ก็มีประสิทธิภาพลดลงเช่นเดียวกัน แต่ยังคงสามารถป้องกันได้ 57%
  • วัคซีน Novavax มีประสิทธิภาพป้องกันอาการเล็กน้อยจนถึงรุนแรงในการทดลองเฟส 2 ที่แอฟริกาใต้ 60% (สื่อบางสำนักนำเสนอตัวเลข 49.4% เป็นการวิเคราะห์รวมประชากรที่ติดเชื้อไวรัสเอชไอวีด้วย) ลดลงจากประสิทธิภาพ 89.3% ในเฟส 3 ที่สหราชอาณาจักร

รวมไปถึงหลักฐานเท่าที่มีอยู่ระบุว่า การรักษาโดยใช้ภูมิคุ้มกันจากผู้เคยป่วยที่หายแล้ว ใช้ไม่ค่อยได้ผลกับสายพันธุ์นี้เช่นกัน 

Virus สายพันธุ์บราซิล P.1 

สายพันธุ์โควิด-19 กลายพันธุ์ บราซิล P.1

ในสายพันธุ์บราซิล SARS-CoV-2 (หรือที่เรียกว่า P.1) เจอครั้งแรกจากนักเดินทางสี่คนจากบราซิล ซึ่งได้รับการตรวจคัดกรองโรค ในระหว่างเดินทางที่สนามบินฮาเนดะ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ตัวแปรนี้มีการกลายพันธุ์ที่ไม่ซ้ํากัน 17 สายพันธุ์หนึ่งที่มีตำแหน่งการกลายพันธุ์เพิ่มเติมหลายแห่งที่ทำให้ ภูมิคุ้มกันจดจำไม่ได้ (ตามรายงานของ CDC) 

ลักษณะพิเศษของสายพันธุ์บราซิล P.1 

เชื้อสาย P.1 มีการกลายพันธุ์ 3 แห่ง ที่โปรตีนแหลม: K417T, E484K และ N501Y

มีหลักฐานที่ชี้ให้เห็นว่าการกลายพันธุ์ใน P.1 อาจส่งผลกระทบต่อการหลบภูมิคุ้มกันต่อสายพันธุ์เดิมได้  มีผลทำให้เกิดการติดเชื้อและการแพร่กระจายที่เร็วขึ้น  และบางสายพันธุ์อาจจะลดประสิทธิภาพการใช้วัคซีนลง 

การกลายพันธุ์ที่น่าเป็นห่วงอื่น ๆ ของ P.1 มีคือ E484K ในการทดสอบในห้องปฏิบัติการพบว่า เจ้าตัว  E484K ช่วยให้ไวรัสหลบเลี่ยงแอนติบอดีที่เกิดจากการติดเชื้อก่อนหน้านี้และทําให้มีความเสี่ยงต่อยาแอนติบอดีน้อยลง

อาการของสายพันธุ์บราซิล P.1 

อาการเบื้องต้นจะเหมือนกับโควิดสายพันธุ์แรก นั่นก็คือ มีไข้ ,รู้สึกเมื่อยล้า, ไอแห้ง ๆ, หายใจได้ลำบาก  และปอดอักเสบ สายพันธุ์นี้แพร่เชื้อง่าย ทำให้การติดเชื้อง่ายขึ้น 

วัคซีน กับ สายพันธุ์บราซิล P.1 

วัคซีนมีประสิทธิภาพลดลงจากการกลายพันธุ์นี้ การทดลอง

  • วัคซีน Johnson & Johnson พบว่ามีประสิทธิภาพในการป้องกันน้อยลง แต่ก็ยังสามารถป้องกันการอาการไม่ให้รุนแรงได้และลดการเสียชีวิตได้
  • วัคซีน Moderna ก็มีประสิทธิภาพลดลง
  • วัคซีน Pfizer ก็มีประสิทธิภาพลดลงเช่นเดียวกัน 
  • วัคซีน Oxford / AstraZeneca ผลลัพธ์ในช่วงต้นจากการศึกษาในห้องปฏิบัติการแสดงแอนติบอดีที่ทําในการตอบสนองต่อวัคซีน Oxford / AstraZeneca ยังคงใช้งานอยู่แม้ว่าจะมีประสิทธิภาพน้อยกว่าเล็กน้อยต่อการกลายพันธุ์บราซิล

Virus สายพันธุ์นิวยอร์ก B.1.526

สายพันธุ์นิวยอร์ก B.1.526 covid-19

นับเป็นสายพันธุ์แรกที่ปรากฏในนิวยอร์ก ก่อนพบอีกเป็นระยะๆ นานๆครั้งในด้านตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ มีตำแหน่งที่เกิดการกลายพันธุ์แห่งหนึ่งในจีโนม (เรียกว่า E484K) ที่คล้ายคลึงกับที่พบในสายพันธุ์แอฟริกาใต้ ซึ่งจะไปช่วยทำให้โจมตีระบบภูมิคุ้มกันได้ (ข้อมูลส่วนนี้ยังรอการตรวจสอบยืนยันโดยผู้เชี่ยวชาญอยู่)  การกลายพันธุ์ตำแหน่งพิเศษนี้พบได้ในโคโรนาไวรัสที่แตกต่างกัน 59 ชนิด ซึ่งหมายความว่าการกลายพันธุ์ แบบนี้เกิดขึ้นได้เองทั่วโลก โดยไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกันโดยตรง เรียกเป็นศัพท์วิชาการว่า มีวิวัฒนาการแบบเบนเข้าหากันหรือแบบคอนเวอร์เจนซ์ (convergent evolution)

ลักษณะพิเศษของสายพันธุ์นิวยอร์ก B.1.526

ตำแหน่งที่เกิดการกลายพันธุ์แห่งหนึ่งในจีโนม E484K จะไปช่วยทำให้โจมตีระบบภูมิคุ้มกันได้

อาการของสายพันธุ์นิวยอร์ก B.1.526

อาการเบื้องต้นจะเหมือนกับโควิดสายพันธุ์แรก นั่นก็คือ มีไข้ ,รู้สึกเมื่อยล้า, ไอแห้ง ๆ, หายใจได้ลำบาก  และปอดอักเสบ 

วัคซีน กับ สายพันธุ์นิวยอร์ก B.1.526

ทีมวิจัยได้กล่าวว่ายังไม่พบหลักฐานจนถึงปัจจุบันว่าสายพันธุ์นี้จะลดประสิทธิภาพของวัคซีนเจ้าหน้าที่สาธารณสุขของอเมริกา กล่าวว่า แต่จําเป็นต้องมีการศึกษาเพิ่มเติม

Virus สายพันธุ์แคลิฟอร์เนีย B.1.427/B.1.429

ทั้งสองสายพันธุ์แคลิฟอร์เนีย B.1.427/B.1.429 นี้ (เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า CAL.20C หรือ 452R) V1) ใช่ ถูกพบครั้งแรกในแคลิฟอร์เนียในเดือนกุมภาพันธ์ 2021 และจัดเป็น VOCs (ไวรัสสายพันธุ์น่ากังวล) ในเดือนมีนาคม 2021

สายพันธุ์นี้แตกต่างจากสายพันธุ์อังกฤษคือ มีการกลายพันธุ์ที่ตำแหน่งหนึ่ง (เรียกว่า L452R) ที่ส่งผลให้โปรตีนหนามที่ผิวของไวรัสเปลี่ยนแปลงไป มีการโจมตีเซลล์ได้ดีมากยิ่งขึ้น ติดต่อกันได้ง่ายยิ่งขึ้น 

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีข้อมูลยืนยันงานวิจัยตีพิมพ์เผยแพร่ในวงวิชาการ (คล้ายกับกรณีของสายพันธุ์นิวยอร์ก)  จึงต้องรอการยืนยันข้อมูลเพิ่มขึ้นต่อไป มีหลักฐานที่แสดงว่าอาจมีความเกี่ยวข้องกับการทำให้ป่วยมีอาการหนักขึ้นและเพิ่มความเสี่ยงที่จะป่วยหนัก จนต้องให้ออกซิเจน สายพันธุ์นี้พบมากในแถบเมืองซานฟรานซิสโก 

ลักษณะพิเศษของสายพันธุ์แคลิฟอร์เนีย B.1.427/B.1.429 

สามารถกระจายได้ดีกว่าสายพันธุ์หลัก 20 % และมีแนวโน้มที่ก่อนให้เกิดอาการรุนแรงมากชึ้น (ยังอยู่ในขั้นของการศึกษาวิจัยเพิ่มเติม)

อาการของสายพันธุ์แคลิฟอร์เนีย B.1.427/B.1.429

อาการเบื้องต้นจะเหมือนกับโควิดสายพันธุ์แรก นั่นก็คือ มีไข้ ,รู้สึกเมื่อยล้า, ไอแห้ง ๆ, หายใจได้ลำบาก  และปอดอักเสบ 

วัคซีน กับ สายพันธุ์แคลิฟอร์เนีย B.1.427/B.1.429

ทีมวิจัยได้กล่าวว่ายังไม่พบหลักฐานจนถึงปัจจุบันว่าทั้งสองสายพันธุ์ลดประสิทธิภาพของวัคซีนเจ้าหน้าที่สาธารณสุขของอเมริกา กล่าวว่า แต่จําเป็นต้องมีการศึกษาเพิ่มเติม

Virus สายพันธุ์อินเดีย B.1.617

สายพันธุ์โควิด-19 สายพันธุ์อินเดีย B.1.617

สายพันธุ์ที่เป็นข่าวดังในช่วงนี้ ซึ่งพบครั้งแรกในประเทศอินเดีย และในขณะนี้ได้แพร่ระบาดไปอย่างน้อย 20 ประเทศแล้ว โดยการระบาดครั้งนี้เกิดจาก ‘โควิดกลายพันธุ์คู่’ ที่มีชื่อเรียกว่า ‘โควิดสายพันธุ์อินเดีย’ เพราะเกิดการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ 2 ตำแหน่งที่โปรตีนหนามของไวรัส และเชื้อ ‘โควิดกลายพันธุ์สามตำแหน่ง’ ที่มีชื่อเรียกว่า ‘โควิดสายพันธุ์เบงกอล’ ในอินเดีย 

WHO กล่าวว่า “โควิด-19 สายพันธุ์อินเดียมีอัตราการเติบโตสูงกว่าสายพันธุ์อื่นๆ ในอินเดีย ซึ่งนี่ก็เป็นการบอกถึงศักยภาพในการแพร่เชื้อที่มีมากขึ้น”

ลักษณะพิเศษของสายพันธุ์อินเดีย B.1.617

เชื้อโควิด-19 สายพันธุ์อินเดีย B.1.617 ระบาดได้เร็วขึ้นกว่าเดิม และมีสามารถหลบเลี่ยงแอนติบอดีในร่างกายของมนุษย์เราได้เป็นอย่างดี หรือในอีกทางนึงก็คือสารภูมิต้านทานสกัดกั้นเชื้อไวรัสได้ยากขึ้น

โควิด-19 สายพันธุ์อินเดีย B.1.617 มีการกลายพันธุ์ 13 ตำแหน่ง แต่มี 3 ตำแหน่งที่น่าเป็นกังวล นั่นก็คือ

E484Q – การกลายพันธุ์ที่ตำแหน่ง 484 เป็นการทดแทนกรดกลูตามิกเป็นกลูตามีน ทำให้ไวรัสมีศักยภาพในการจับกับตัวรับในร่างกายของมนุษย์ได้ดีขึ้น รวมถึงมีความสามารถในการหลบเลี่ยงระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายโฮสต์ได้ดีขึ้นด้วย

L452R – การกลายพันธุ์ที่ตำแหน่ง 452 ซึ่งเป็นการทดแทนลิวซีนด้วยอาร์จินีน ทำให้โปรตีนหนามของไวรัสแข็งแกร่งขึ้น และทำให้ความสามารถในการรับรู้ของระบบภูมิคุ้มกันลดลง

P681R – การกลายพันธุ์ที่ตำแหน่ง 681 ซึ่งเป็นการทดแทนโปรลีนด้วยอาร์จินีน อาจช่วยเพิ่มโอกาสการติดเชื้อในระดับเซลล์

อาการของสายพันธุ์อินเดีย B.1.617

ดร. เจเรมี คามิลล์ นักไวรัสวิทยาจากมหาวิทยาลัยลุยเซียนาสเตต ของสหรัฐฯ กล่าวว่า “สายพันธุ์อินเดียไม่น่าจะร้ายแรง หรือติดต่อได้ง่ายเท่าสายพันธุ์อังกฤษ เราไม่ควรจะตื่นตระหนก”

วัคซีน กับ สายพันธุ์อินเดีย B.1.617

ขณะนี้นักวิทยาศาสตร์กำลังศึกษาว่าเชื้อกลายพันธุ์ชนิดนี้จะส่งผลต่อประสิทธิภาพของวัคซีนต้านโควิด-19 ที่มีอยู่ในปัจจุบันอย่างไรบ้าง

Virus สายพันธุ์อื่นๆ ในอนาคต 

เริ่มมีข่าวว่า พบสายพันธุ์ที่มีการกลายพันธุ์ครบทั้งแบบสายพันธุ์อังกฤษ แอฟริกาใต้ และบราซิลแล้ว แต่ยังต้องมีการตรวจสอบยืนยันโดยห้องปฏิบัติการอื่นๆ ต่อไป 

ไวรัสสายพันธุ์ใหม่จะเกิดขึ้นเรื่อย ๆ ในเวลาเดียวกันนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกกำลังเฝ้าระวัง และหากพบไวรัสสายพันธุ์ใหม่ที่สำคัญก็จะศึกษาและจับตามองอย่างใกล้ชิด ในส่วนของวัคซีนนั้น ผู้เชี่ยวชาญกำลังปรับปรุงวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ให้ทันสมัยอยู่

อย่างที่เราเห็นกันดีอยู่แล้วว่าไวรัสโควิด-19 มีการกลายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งการกลายพันธุ์ในแต่ละครั้งก็ดูเหมือนว่าจะมีความเเข็งแรงในตัวมันเอง และการแพร่กระจายได้รวดเร็วขึ้น

ดังนั้นการจำกัดการอุบัติของเชื้อไวรัสกลายพันธุ์ที่ทำได้ดีตั้งแต่ต้นเลย นั่นก็คือการป้องกันไม่ให้เชื้อเพิ่มจำนวนในร่างกายของเรา…ดังนั้นวิธีการดีที่สุดในการควบคุมเชื้อกลายพันธุ์คือการควบคุมจำนวนผู้ติดเชื้อทั่วโลก…” พวกเราทุกคนต้องร่วมด้วยช่วยกันลดการระบาดครั้งนี้ลงให้ได้ ด้วยวิธีง่ายๆคือ การมีระเบียบวินัยอย่างเคร่งครัด ใส่หน้ากากอนามัย 100% ก็ต้องทำอย่างจริงจัง เว้นระยะห่างทางสังคม หมั่นล้างมือ เจลแอลกอฮอล์ และการรับวัคซีนก็เป็นสิ่งสำคัญ

ถ้าทุกคนช่วยกันอย่างเต็มความสามารถ เราทุกคนก็จะสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ปกติเร็วขึ้น 

Resources ;

https://papers.ssrn.com/sol3/papers.cfm?abstract_id=3779160

https://ir.novavax.com/news-releases/news-release-details/novavax-covid-19-vaccine-demonstrates-893-efficacy-uk-phase-3

https://www.reuters.com/article/us-health-coronavirus-vaccines-variants-idUSKBN2AH2VG

https://www.cdc.gov/coronavirus/2019-ncov/science/science-briefs/scientific-brief-emerging-variants.html?CDC_AA_refVal=https%3A%2F%2Fwww.cdc.gov%2Fcoronavirus%2F2019-ncov%2Fmore%2Fscience-and-research%2Fscientific-brief-emerging-variants.html

Brazil covid-19 variant (P.1) | New Scientist

mRNA vaccines and monoclonal antibodies protect against new NYC-B.1.526 variant (news-medical.net)

อนามัยโลกรายงาน โควิด-19 สายพันธุ์อินเดียระบาดแล้วในกว่า 20 ประเทศ : PPTVHD36

บทความที่น่าสนใจ