กว่าจะเป็นอาหารบนเครื่องบิน 

กว่าจะเป็นอาหารบนเครื่องบิน

ว่าด้วยเรื่องของ “อาหารบนเครื่องบิน” นั้น หากใครที่เคยเดินทางโดยเครื่องบิน และได้มีโอกาสลิ้มลองกับอาหารบนเครื่องบินนั้น ก็คงพอจะทราบได้ว่าคนส่วนใหญ่มักเอ่ยปากบอกว่าไม่ค่อยอร่อย เพราะรสชาติจะกลางๆ ไม่โดดเด่น ไม่จัดจ้าน แต่ด้วยความจำเป็นหลายๆอย่างที่สายการบินจะต้องรองรับความต้องการของผู้โดยสารที่มีจำนวนค่อนข้างมาก และมีความหลากหลายทั้งเชื้อชาติ ภาษา  วัฒนธรรม รวมไปถึงอาหารการกิน ทำให้อาหารที่เสริฟบนเครื่องบินนั้น ต้องออกมาในรูปแบบกลางๆ เน้นคนส่วนใหญ่สามารถทานได้ง่าย แต่อย่างไรก็ตามก็จะมีความพิเศษสำหรับผู้โดยสารที่นั่งชั้นหนึ่ง จะมีความพิเศษที่จะได้อาหารที่ดีเทียบเท่ากับร้านอาหารบนพื้นดินกันเลย และก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำหรับการแข่งขันของสายการบินด้วย 

บทความที่เกี่ยวข้อง

โรงครัวของสายการบินในประเทศไทย มีหลักๆ อยู่ประมาณ 3 ที่คือ ครัวการบินไทย LSG และครัวการบินกรุงเทพ ไม่นับที่เดี๋ยวนี้ร้านขนมบางร้านก็มีไปเสิร์ฟบนเครื่องบิน แบบ After U , Auntie Anne , Eric Kayser  เป็นต้น 3 บริษัทใหญ่นี้ไม่ได้ผลิตอาหารให้แค่สายการบินของตัวเองเพียงอย่างเดียว แต่ผลิตอาหารให้กับสายการบินอื่นๆ ที่ต้องการอาหารสำหรับบินต่อยาวๆ ไปยังจุดหมายปลายทางอื่น 

ISO ต่างๆ HACCP
อาหารบนเครื่องบิน

การประกอบอาหารสำหรับเครื่องบินนั้น จะต้องมีความพิถีพิถันในเรื่องของความสะอาดเป็นอย่างมาก เพราะหากผู้โดยสารเกิดอาการท้องเสียบนเครื่องบินพร้อมๆกัน เครื่องบินไม่มีห้องน้ำรองรับการใช้งานอย่างเพียงพอ

เริ่มตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบ จะต้องได้รับมาตรฐานด้านการผลิต ถ้าเป็นพวกผักก็ต้องไม่ใช้สารเคมีอย่างสาดเสีย เทเสียลงไปบนพืชผัก หรือถ้าเป็นพวกเนื้อสัตว์ก็ต้องมีการฆ่าสัตว์แบบไม่ทารุณกรรมต้องถูกต้องตามหลักศาสนา ไม่ใส่สารเคมีต่างๆเพื่อรักษาความสด เช่น ใส่ฟอร์มาลีน หรือสารเร่งเนื้อแดง และมีขนาดๆที่เท่าๆกัน ถึงแม้ว่าอาหารจะต้องนำมาตกแต่งอีกครั้งก็ตาม เพื่อเป็นการง่ายต่อการจัดวาง อีกทั้งไม่ให้เกิดผู้โดยสารนั่งข้างๆกัน ชะโงกไปดูคนข้างๆ แล้วบอกว่าทำไมเธอได้กุ้งตัวใหญ่กว่าฉันล่ะ?

ซึ่งการจัดซื้อวัตถุดิบต่างๆ ครัวการบินก็จะหาที่บริษัทในท้องถิ่น แต่จะต้องได้รับการรับรองที่ในระดับนานาชาติ เช่น เนย นมสด จะต้องมีเครื่องหมายฮาลาล หรือ ISO ต่างๆ HACCP เป็นต้น

การให้พนักงานเข้าประจำแต่ละหน่วยงานนั้น พนักงานก็จะต้องทำความสะอาดตัวเองตั้งแต่เส้นผม เล็บ มือ แล้วยังต้องเปลี่ยนชุด ใส่หมวกคลุมศีรษะ ใส่ถุงมือ (ถุงมือที่ใช้ในการประกอบอาหารส่วนใหญ่จะเป็นสีฟ้า เนื่องจากไม่มีอาหารที่มีสีฟ้า จึงทำให้สามารถเห็นเด่นชัด หากมีเศษถุงมือปนในอาหาร) ผ้ากันเปื้อน และจะต้องเดินผ่านการฆ่าเชื้อแบบต่างๆตามที่โรงครัวจัดไว้ เพื่อเข้าปฏิบัติงาน

 

Emirates Makes 225,000 in-flight meals a day
ภาพจาก Youtube.com : How Emirates Makes 225,000 in-flight meals a day

 

หลังจากประกอบอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้วนั้น ก็จะนำอาหารแช่เย็นด้วยห้อง(Blast Chiller)  เพื่อช่วยให้คุณค่าของอาหารยังอยู่ และไม่ให้เกิดการเน่าเสียของอาหารได้ง่าย หากปล่อยให้อาหารเย็นลงเอง หลังจากนั้นเริ่มการบรรจุอาหารลงภาชนะที่จะแจกให้กับผู้โดยสาร 

จากอาหารเป็นชิ้นๆ บรรจุลงกล่องข้าว ใส่ขนมหวาน ขนมปัง เกลือ พริกไทย มีด ช้อน ส้อม แก้วน้ำ สู่การจัดวางบนถาดให้เหมือนกันทั้งสายการบิน แล้วนำไปจัดใส่ในรถเข็น นำรถเข็นเข้ารถบรรทุกจัดส่งที่เครื่องบิน เพื่อให้ลูกเรือ เตรียมพร้อมก่อนการเสิร์ฟให้กับผู้โดยสารต่อไป

 

อาหารพิเศษของผู้โดยสาร
การประกอบอาหารสำหรับเครื่องบิน
ครัวการบินไทย LSG
นำอาหารแช่เย็นด้วยห้อง(Blast Chiller

 

สำหรับผู้ที่ต้องการอาหารพิเศษต่างๆ สามารถแจ้งแก่สายการบินได้ตั้งแต่ตอนต้น โดยอาหารพิเศษของผู้โดยสารก็จะมีตัวย่อ

SFML : Seafood meal 

GFML  : Gluten-Free Meal 

LSML  : Low Sodium Meal 

HNML :  Hindu Meal

นี่ก็เป็นตัวอย่างของตัวย่อที่ใช้สำหรับลูกเรือ ในการนำส่งอาหารให้แก่ผู้โดยสาร 

จะเห็นได้ว่า อาหารบนเครื่องบิน นั้น ต้องใช้ความพิถีพิถัน ในทุกขั้นตอน ตั้งแต่เลือกวัตถุดิบ การปรุงอาหาร การบรรจุภัณฑ์ รวมไปถึงการขนส่ง เพื่อให้เกิดข้อผิดพลาดต่อผู้โดยสารน้อยที่สุด นั่นเอง

 

บทความที่น่าสนใจ