เมื่อต้อง พาลูกน้อยขึ้นเครื่องบิน เตรียมตัวอย่างไร?

พาลูกขึ้นเครื่องบิน

คุณเคยรู้สึกอึดอัดใจเวลาได้ยินเสียงเด็กเล็กร้องไห้งอแงเวลาที่อยู่บนเครื่องบินหรือไม่ ? 

แล้วในวันที่คุณต้อง พาลูกน้อยขึ้นเครื่องบิน คุณจะเตรียมตัวรับมืออย่างไรเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ข้างต้น ?

หากคุณคือผู้ปกครองที่กำลังมีข้อกังวลใจว่าจะต้องเตรียมตัวอย่างไร และหากเป็นคุณแม่ที่มีภาวะเบบี้ บลูส์ ก็จะมีความเครียดทวีคูณ หากต้องพาลูกน้อยขึ้นเครื่องบิน วันนี้เรามีข้อมูลสำหรับการเตรียมตัวพาลูกน้อย (อายุไม่เกิน 2 ขวบ) ขึ้นเครื่องบิน พร้อมทั้งมี trick ที่เคยใช้กับลูกบนเครื่องบินแล้วได้ผลมาแบ่งปันกันค่ะ

บทความที่เกี่ยวข้อง

เอกสารที่ต้องเตรียมสำหรับการ พาลูกน้อยขึ้นเครื่องบิน

เอกสารที่ต้องใช้ในการยืนยันตัวตนเมื่อต้องพาลูกขึ้นเครื่องบินคือ พาสปอร์ตของลูก หรือใบแจ้งเกิด(สูติบัตร)ของลูก ซึ่งต้องเป็นฉบับจริงเท่านั้น ไม่สามารถใช้ภาพถ่ายหรือสำเนาได้ หากเป็นการเดินทางภายในประเทศสามารถใช้พาสปอร์ตหรือสูติบัตรอย่างใดอย่างหนึ่งได้ แต่หากเป็นการเดินทางระหว่างประเทศจะต้องเป็นเอกสารพาสปอร์ตเท่านั้น นอกจากนี้การซื้อตั๋วเครื่องบินต้องระบุเป็นตั๋วสำหรับเด็กเล็ก (infant) ซึ่งอัตราค่าตั๋วก็จะแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับเรทราคาของแต่ละสายการบิน

 

สิ่งของจำเป็นและของใช้ส่วนตัวลูกน้อยที่ต้องใช้บนเครื่องบิน

อาหารการกินสำหรับลูกน้อยเป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงเป็นอันดับแรกๆ คุณพ่อคุณแม่สามารถเตรียม อาทิ นม ขนม หรืออาหารสำหรับเด็ก พกพาขึ้นเครื่องบินได้ในปริมาณที่เหมาะสม และหากคุณแม่ยังให้นมจากเต้าสิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่ห้ามลืมนำขึ้นเครื่องไปด้วยคือผ้าคลุมให้นม เพื่อใช้ในการให้นมลูกบนเครื่องบิน นอกจากนี้สิ่งของที่ต้องเตรียมเพิ่มเติมเพื่อรับมือการอยู่บนเครื่องบินของลูก อาจจะเป็นหนังสือเล่มโปรด หรือของเล่นที่ลูกชอบ เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจไม่ให้ลูกงอแงเวลาอยู่บนเครื่องบิน

Trick เล็กๆสำหรับการเตรียมของเล่นให้ลูกควรเป็นของเล่นที่ไม่มีเสียงดังมากจนเกินไป อันจะสร้างความรบกวนแก่ผู้โดยสารท่านอื่นบนเครื่องบิน

 

การจัดที่นั่งบนเครื่องบิน

เมื่ออยู่บนเครื่องบินเด็กเล็กจะถูกจัดให้นั่งกับผู้ปกครอง ซึ่งบางสายการบินจะมีการจัดเตรียมเปลสำหรับเด็กหรือเรียกว่า Air-Basinet ไว้ให้ (ทั้งนี้ ส่วนใหญ่จะเป็นการเดินทางระหว่างประเทศ) หากไม่มี Air-Basinet เด็กเล็กจะต้องนั่งบนตักของผู้ปกครองโดยสายการบินจะจัดเตรียม seat-belt และอุปกรณ์ความปลอดภัยสำหรับเด็กแยกไว้ให้และพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินจะมีการอธิบายการใช้งานให้ผู้ปกครองรับทราบอย่างละเอียดอีกครั้ง ซึ่ง seat-belt สำหรับเด็กจะถูกออกแบบมาให้สามารถคล้องติดกับ seat-belt ของผู้ใหญ่อีกทีเพื่อความปลอดภัยของเด็กเล็ก

 

การป้องกันลูกหูอื้อเมื่อเครื่องขึ้นและลง

หลายครั้งที่เด็กเล็กร้องไห้งอแงเมื่ออยู่บนเครื่องบิน ส่วนใหญ่มักจะเป็นช่วงเครื่องขึ้นหรือลง นั่นเป็นเพราะเกิดการเปลี่ยนแปลงของความดันอากาศที่ส่งผลให้หูอื้อ ซึ่งเด็กเล็กยังไม่สามารถอธิบายออกมาเป็นคำพูดหรือเข้าใจอาการดังกล่าวได้ จึงแสดงออกด้วยการร้องไห้งอแง เพราะเกิดความไม่สบายตัว อีกทั้งผู้ใหญ่เองก็ไม่สามารถอธิบายให้เด็กกลืนน้ำลายเพื่อบรรเทาอาการดังกล่าว ดังนั้นสิ่งที่จะช่วยลูกน้อยบรรเทาอาการหูอื้อเมื่อเครื่องขึ้นหรือลงได้คือการดูดจุกหลอก การดูดนมจากเค้าและขวด หรือรับประทานขนมขบเคี้ยวเพื่อช่วยให้เกิดการขยับของกรามและขากรรไกร

Trick ที่ผู้เขียนมักใช้กับลูกคือ เมื่อเครื่องเริ่มเคลื่อนตัวเข้า runway เตรียม takeoff ผู้เขียนจะลูกเข้าเต้าเพื่อป้องกันอาการหู้อื้อและช่วยให้ลูกรู้สึกผ่อนคลาย นอกจากนี้ยังถือเป็นการกล่อมลูกนอนไปด้วยในตัว เพราะลูกน้อยจะเคลิ้มหลับไปก่อนสัญญาณรัดเข็มขัดถูกปิดลงทุกครั้ง 

พาลูกน้อยขึ้นเครื่องบิน

หากลูกน้อยไม่ยอมหลับเมื่ออยู่บนเครื่องจะรับมืออย่างไร?

หากจับลูกเข้าเต้าก็แล้ว ป้อนนมก็แล้ว กล่อมก็แล้ว ลูกยังไม่ยอมหลับขณะที่อยู่บนเครื่อง คุณพ่อคุณแม่หรือผู้ปกครองจะต้องรู้จักรับมือกับการจัดการอารมณ์ของเด็กเล็กไม่ให้ร้องไห้งองแงเมื่อต้องอยู่ในที่แคบเป็นระยะเวลาหนึ่ง สิ่งแรกที่คุณพ่อคุณแม่หรือผู้ปกครองจะต้องเข้าใจ คือจังหวะหรือความเป็นไปในอารมณ์ลูก รู้วิธีการหลอกล่อหรือเบี่ยงเบนความสนใจของลูกได้ดี เพื่อไม่ให้ลูกรู้สึกเบื่อเมื่อต้องอยู่กับที่นานๆ

Trick ที่ผู้เขียนใช้กับลูก หากลูกไม่ยอมหลับเมื่ออยู่บน คือ เตรียมของเล่นชิ้นเล็กๆที่ไม่ซ้ำกันประมาณ 3-5 ชิ้น ให้ลูกเล่น (ใช้เวลาต่อชิ้นประมาณ 3-5 นาที) วนเล่นทีละชิ้นสลับกันไป อีกทั้งผู้เขียนยังเตรียมเกมส์มือง่ายๆเล่นกับลูกให้ลูกทำตาม เช่น ทำมือโอเค ทำมือกดไลค์ ทำมือมินิฮาร์ท หรือร้องเพลงที่สามารถใช้มือประกอบท่าทางได้ อาทิ เพลงจับปูดำขยำปูนา เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีสิ่งของบนเครื่องบินที่ผู้เขียนมักใช้ในการดึงดูดความสนใจของลูกได้ผล คือ ใบสาธิตการใช้งานอุปกรณ์บนเครื่องบินและนิตยสารที่อยู่หน้าที่นั่งบนเครื่องบิน โดยเปิดรูปภาพและอธิบายให้ลูกฟังด้วยน้ำเสียงเหมือนการเล่านิทาน เพียงเท่านี้ก็ช่วยให้ลูกสนุกสนานเมื่ออยู่บนเครื่องบินได้อีกทางหนึ่ง

6 ของเล่น เสริมพัฒนาการเด็กช่วงอายุ 3-6 เดือน Development toys (thatsmatter.com)

หากลูกน้อยไม่ยอมหลับเมื่ออยู่บนเครื่อง พาลูกน้อยขึ้นเครื่องบิน

และนอกจากข้อมูลประสบการณ์ตรงของผู้เขียนแล้ว วันนี้ผู้เขียนยังมีข้อมูลดีๆจากแอร์เอเชีย เกี่ยวกับการพาลูกน้อยขึ้นเครื่องมาฝาก ซึ่งผู้เขียนเองได้ติดตามและเห็นว่ามีประโยชน์น่าแบ่งปัน

วิดีโอตามด้านล่างนี้ค่ะ

 

บทความน่าสนใจ

 

9 thoughts on “เมื่อต้อง พาลูกน้อยขึ้นเครื่องบิน เตรียมตัวอย่างไร?

  1. Pingback: เบบี้บลูส์ (Baby blues) ทำไมฉันถึงอารมณ์ดิ่งดาวน์หลังคลอดลูก

  2. Pingback: พาลูกไป “ดูบัว ” (DUBUA CAFE) สมาร์ทฟาร์มใกล้กรุง คาเฟ่ธรรมชาติสำหรับเด็กๆ

  3. Pingback: ทำอย่างไรเมื่อ ไฟไหม้บนเครื่องบิน เหตุการณ์ที่หลายคนคาดไม่ถึ รู้ไว้ดีกว่าสาย

  4. Pingback: อาหารบนเครื่องบิน วันนี้จะชวนมาดูเส้นทางการผลิตว่าเป็นอย่างไร

  5. Pingback: แผนท่องเที่ยวที่วางไว้ ต้องพับเก็บเมื่อฉัน ป่วยบนเครื่องบิน ฉันต้องทำอย่างไร ?

  6. Pingback: เตรียมตัวอย่างไร? หากลูกน้อยของคุณต้องแอดมิทเข้าโรงพยาบาล 

  7. Pingback: “เล่นกับลูก” นั้นสำคัญไฉน? ข้อดีมากมายเมื่อคุณใช้เวลากับลูกให้ถูกทาง

  8. Pingback: 10 ไอเดีย ฝึก EF ให้ลูกน้อย เสริมสร้างสมองส่วนหน้าจากการเล่นสนุก

  9. Pingback: รีวิว 5+1 ของเล่นเสริมพัฒนาการเด็กช่วงอายุ 6-12 เดือน เล่นสนุกได้ทุกวัน

Comments are closed.