เคล็ดลับง่ายๆที่ช่วยให้การนอนหลับของทารกดีขึ้น สุขภาพจิตดีทั้งลูกและพ่อแม่

การนอนหลับของทารก

การนอนหลับของทารก เป็นสิ่งสำคัญสำหรับเด็กทารกแรกเกิด คุณพ่อคุณแม่ควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับการนอนของลูกน้อยในแต่ละช่วงวัย การนอนหลับของทารก อย่างมีคุณภาพส่งผลต่อการเจริญเติบโต เพราะในขณะที่นอนหลับนั้นจะมีฮอร์โมนออกมากระตุ้นให้ร่างกายและสมองเจริญเติบโตอย่างเต็มที่ ซึ่งเด็กแต่ละช่วงวัยจะมีพฤติกรรมการนอนที่แตกต่างกันไป

“ นอนพร้อมกับลูกเมื่อลูกหลับ!”

คำนี้แม่มือใหม่หลายคนคงได้ยินกันจนชิน ซึ่งเป็นคำแนะนำที่ดีถ้าลูกน้อยของเรานอน แต่ชีวิตมันไม่ง่ายสะอย่างนั้นนะสิค่ะ เพราะดวงตาแป๋วๆของลูกน้อยไม่มีทีท่าที่จะปรือเลย แถมร้องไห้ ต้องให้อุ้มตลอดเวลา ทารกแรกเกิดจะตื่นบ่อย แต่ในช่วง 3 เดือนแรก ทารกจะค่อยๆนอนหลับนานขึ้น  ไม่เกิน 7 ถึง 8 ชั่วโมง ในตอนกลางคืน

คุณพ่อคุณแม่ก็คงอยากรู้แล้วใช่มั๊ยคะว่าเกิดอะไรกับลูกน้อยของเรา วันนี้เรามีสาเหตุที่เจอบ่อยว่าทำไม ลูกถึงยอมนอน และเคล็ดลับในการช่วยให้ลูกนอน

บทความที่เกี่ยวข้อง

สาเหตุที่ทำให้ลูกตื่นบ่อย

สาเหตุที่ทำให้ลูกตื่นบ่อย

  1. ลูกน้อยของคุณยังไม่รู้ว่าเป็นกลางคืนหรือกลางวัน

เด็กบางคนเริ่มนอนตามตารางเวลากลับกันกลางวัน / กลางคืน  ลูกน้อยของคุณอาจจะนอนหลับสบายในตอนกลางวัน แต่ตื่นบ่อยในช่วงตอนกลางคืน  มันน่าหงุดหงิดและเหนื่อยใจใช่มั๊ยล่ะคะ แต่มันก็เป็นแค่เพียงชั่วคราวค่ะ ซึ่งพ่อแม่สามารถช่วยให้ลูกน้อยของคุณเรียนรู้ความแตกต่างระหว่างกลางวันและกลางคืนได้ ว่ากลางวันนั้นมีไว้เพื่อเล่นและกลางคืนก็เพื่อการพักผ่อน ทำได้อย่างไรนั้นไปดูกันค่ะ

  • ให้ลูกใช้เวลาตื่นในช่วงกลางวันเพิ่มขึ้นอีกหน่อย สิ่งนี้จะช่วยเพิ่มความต้องการในการนอนหลับในภายหลังของลูกน้อยได้ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนหลับบางคนแนะนำให้เล่นกับลูกน้อยของคุณสักสองสามนาทีหลังกินนมแทนที่จะปล่อยให้ลูกผลอยหลับไป
  • พาลูกน้อยของคุณออกไปข้างนอก ให้สัมผัสแดดอ่อนๆ แสงธรรมชาติจะช่วยรีเซ็ตนาฬิกาชีวิตของเด็กได้เป็นอย่างดี  หากคุณไม่สะดวกออกไปข้างนอกได้ ก็ให้วางเปลหรือเบาะนอนของทารกไว้ใกล้หน้าต่างที่แสงเข้าถึง
  • หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้ลูกน้อยนอนไม่หลับถ้าเป็นไปได้ในระหว่างให้พวกเขาตื่นขึ้นอีกหน่อยในช่วงที่ตื่นในแต่ละวัน  สิ่งนี้จะช่วยเพิ่มความต้องการในการนอนหลับในภายหลัง  ผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนหลับบางคนแนะนำให้เล่นกับลูกน้อยของคุณสักสองสามนาทีหลังกินนมแทนที่จะปล่อยให้ลูกหลับ
  •  ปิดไฟหรือเปิดไฟสลัวๆในช่วงเวลากลางคืน เช่นเดียวกันสำหรับเสียงและการเคลื่อนไหว เป็นการสร้างบรรยากาศให้ลูกรู้ถึงความแตกต่างระหว่างกลางวันและกลางคืน
  • ลองห่อตัวลูกน้อยตอนกลางคืน เพื่อไม่ให้แขนและขาขยับ เพราะนั่นอาจจะเป็นสาเหตุปลุกให้ลูกน้อยตื่นได้  คุณยังสามารถลองให้พวกเขานอนในเปลขนาดเล็กเพื่อให้พวกเขารู้สึกสบายและปลอดภัย ซึ่งในปัจจุบันนี้มีผ้าห่อตัว (swaddle) ทั้งแบบสำเร็จรูป และแบบถุงนอน ทำให้คุณพ่อคุณแม่ใช้งานได้สะดวกและประหยัดเวลาขึ้นด้วย
  1. ลูกน้อยของคุณหิว

ความหิวเป็นสาเหตุทั่วไปที่ทารกตื่นในตอนกลางคืน  ทารกจำเป็นต้องกินเพื่อการเจริญเติบโต และทารกแรกเกิดของคุณไม่ได้กินอาหารมากมาย เพียงแต่แค่นมหากคุณให้นมแม่ ซึ่งมีคุณค่ามหาศาลแต่อาจจะย่อยเร็ว  นั่นหมายความว่าทารกสามารถตื่นขึ้นมาอย่างหิวโหย แม้ว่าคุณจะรู้ว่าคุณเพิ่งให้นมลูกก่อนหน้านี้สองสามชั่วโมงก็ตามแต่

ที่สำคัญเมื่อลูกกินนมแล้ว อย่าลืมที่จะจับลูกเรอด้วยนะคะ

  1. ลูกน้อยของคุณอาจจะรู้สึกไม่สบาย

มักจะมีบางอย่างเกิดขึ้นกับร่างกายของทารกแรกเกิดและทำให้ลูกรู้สึกไม่สบายตัว

ลูกน้อยของคุณอาจ:

  • ฟันกำลังงอก
  • เป็นหวัดหรือภูมิแพ้
  • มีแก๊สในกระเพาะ
  • ท้องผูก

สิ่งเหล่านี้อาจจะเป็นสาเหตุทำให้ทารกตื่นบ่อยในเวลาตอนกลางคืน  หากคุณคิดว่าลูกมีอาการดังกล่าวควรพบกับกุมารแพทย์

หากคุณคิดว่าแก๊สคือสาเหตุในการตื่นของลูก คุณสามารถช่วยลูกได้โดยการนวดทารกเพื่อคลายแก๊ส

  1. ลูกน้อยต้องการคุณ

เด็กบางคนรักพ่อแม่ ติดพ่อแม่มากจนไม่อยากห่างพ่อแม่ พ่อแม่หลายท่านพบว่าการนอนห้องเดียวกัน (แต่ควรแยกที่นอน) จะช่วยให้ทารกรู้สึกใกล้ชิด นอนหลับดีขึ้น และช่วยให้พ่อแม่ได้พักผ่อนบ้าง

  1. ลูกน้อยของคุณถูกกระตุ้นมากเกินไปในช่วงเวลากลางวัน หรือเปลี่ยนกิจวัตรประจำวัน

ทารกมีความอ่อนไหว  การกระตุ้นมากเกินไปอาจทำให้มีผลต่อการนอนหลับได้

การกระตุ้นอาจมาในรูปแบบของการกินของแม่ (หากแม่ให้นมบุตร) เช่นแม่กินช็อกโกแลตมากเกินไป ซึ่งอาจจะออกมาในนมหรืออาจจะเล่นตอนกลางวันมากเกินไป ซึ่งแพทย์กล่าวว่าในวันที่วุ่นวายเต็มไปด้วยเสียงรบกวนและกิจกรรมต่างๆทำให้ทารกนอนหลับได้ยาก

  1. เด็กมีร่างกายที่ไม่สมบูรณ์ เช่น ทารกก่อนกำหนด ก็มีผลต่อการนอนของเด็กได้เช่นเดียวกัน

ลูกน้อยของคุณต้องการการนอนหลับเท่าไหร่?

ลูกน้อยของคุณต้องการการนอนหลับกี่ชั่วโมง? การนอนหลับของทารก

รูปแบบการนอนหลับของทารกและเด็กแตกต่างกันไป ตั้งแต่แรกเกิดทารกบางคนต้องการการนอนหลับมากกว่าหรือน้อยกว่าคนอื่น ๆ ข้อมูลด้านล่างแสดงปริมาณเฉลี่ยของทารกนอนหลับที่ต้องการในช่วงระยะเวลา 24 ชั่วโมง รวมถึงงีบตอนกลางวัน (Nap)

ความต้องการการนอนหลับของทารกแรกเกิด

ทารกแรกเกิดส่วนใหญ่จะนอนหลับมากกว่าตื่น การนอนหลับทุกวันขอเด็กวัยนี้จะแตกต่างกันไป อยู่ที่ประมาณ 8 ชั่วโมง ถึง 16 หรือ 18 ชั่วโมง ทารกยังคงตื่นในเวลากลางคืน เพราะอาจจะหิว หรือผ้าอ้อมเปียกชื้น อุณหภูมิร้อนหรือเย็นเกินไปอาจรบกวนการนอนหลับของเด็กได้

ความต้องการการนอนหลับของทารกอายุ 3 ถึง 6 เดือน

เมื่อลูกน้อยของคุณโตขึ้นพวกเขาจะต้องมีการให้นมกลางคืนน้อยลงและจะสามารถนอนหลับได้นานขึ้น ทารกบางคนจะนอนหลับเป็นเวลา 8 ชั่วโมง หรือนานกว่าในเวลากลางคืน แต่ก็ต้องบอกว่าไม่ใช่เด็กทุกคนนะคะ ภายใน 4 เดือนทารกอาจจะใช้เวลาประมาณสองเท่าของการนอนหลับในเวลากลางคืน

ความต้องการการนอนหลับของทารกอายุ 6 ถึง 12 เดือน

สําหรับทารกอายุ 6 เดือนถึงหนึ่งปีการให้นมกลางคืนอาจไม่จําเป็นอีกต่อไป (สำหรับเด็กบางคนเท่านั้น) และทารกบางคนจะนอนหลับนานถึง 12 ชั่วโมงในเวลากลางคืน ความรู้สึกไม่สบาย ความหิว การงอกของฟันอาจทําให้ทารกบางคนตื่นขึ้นในเวลากลางคืน

ความต้องการการนอนหลับของทารกอายุ 12 เดือน

ทารกจะนอนหลับประมาณ 12 ถึง 15 ชั่วโมง

ความต้องการการนอนหลับของทารกอายุ 2 ปี

เด็ก 2 ปีส่วนใหญ่จะนอนหลับเป็นเวลา 11 ถึง 12 ชั่วโมงในเวลากลางคืนโดย 1 หรือ 2 งีบในเวลากลางวัน

ความต้องการการนอนหลับของทารกอายุ 3 ถึง 4 ปี

เด็กอายุ 3 หรือ 4 ปีส่วนใหญ่จะต้องนอนประมาณ 12 ชั่วโมง แต่บางคนอาจจะอยู่ในช่วง 8 ชั่วโมงถึง 14 ชั่วโมง เด็กเล็กบางคนยังคงต้องงีบหลับในระหว่างวัน

ตารางชั่วโมงการนอนของคน แบ่งตามช่วงอายุ

อายุ

จำนวนชั่วโมงในการนอนที่เหมาะสม

จำนวนชั่วโมงในการนอนที่สามารถยืดหยุ่นได้

เด็กแรกเกิด วัย 0-3 เดือน 

14-17 ชั่วโมง  11-19 ชั่วโมง 
ทารก วัย 4-11 เดือน  12-15 ชั่วโมง

10-18 ชั่วโมง

วัยหัดเดิน อายุ 1-2 ขวบ

11-14 ชั่วโมง

9-16 ชั่วโมง

วัยอนุบาล อายุ 3-5 ขวบ 

10-13 ชั่วโมง 

8-14 ชั่วโมง

วัยประถม อายุ 6-13 ปี 

9-11 ชั่วโมง 

7-12 ชั่วโมง

วัยรุ่น อายุ 14-17 ปี 

8-10 ชั่วโมง 

7-11 ชั่วโมง

วัยหนุ่มสาว อายุ 18-25 ปี 

7-9 ชั่วโมง 

6-11 ชั่วโมง

วัยผู้ใหญ่ อายุ 26-64 ปี 

7-9 ชั่วโมง 

6-10 ชั่วโมง

วัยสูงอายุ อายุ 65 ปีขึ้นไป  7-8 ชั่วโมง 

5-9 ชั่วโมง

   ข้อมูลจาก National Sleep Foundation

สัญญาณในการบ่งบอกว่าลูกน้อยมีความพร้อมในการนอน

สัญญาณในการบ่งบอกว่าลูกน้อยง่วง

พ่อแม่สามารถสังเกตท่าทางของลูกได้ว่าพร้อมจะนอนแล้วหรือยัง โดยเด็กจะหาว งอแง ขยี้ตา เบือนหน้าหนี พอเห็นสัญญาณแบบนี้แล้วอย่ารอช้าคะ จับลงเปลทันทีเลยค่ะ

คุณสามารถช่วยให้ลูกน้อยและตัวคุณเองนอนหลับได้ดีขึ้น  เป้าหมายคือการช่วยให้ลูกน้อยของคุณเรียนรู้การปลอบประโลมตนเองเพื่อที่เขาจะได้นอนหลับและกลับไปนอนหลับโดยได้รับความช่วยเหลือเพียงเล็กน้อย

เคล็ดลับในการพาลูกเข้านอน 

เคล็ดลับในการพาลูกเข้านอน การนอนหลับของทารก

  • ในตอนกลางคืนให้ทำกิจวัตรที่ผ่อนคลาย  อาบน้ำให้ลูกน้อย ร้องเพลงกล่อม อ่านหนังสือหรือเล่านิทาน  กิจกรรมเหล่านี้สามารถช่วยให้ลูกน้อยผ่อนคลาย   หากคุณทำกิจกรรมแบบนี้ทุกวัน ลูกจะรู้ว่านี่คือกิจวัตรประจำวันในการเข้านอน
  •  เมื่อลูกน้อยของคุณเริ่มส่งสัญญาณในการง่วงนอน ให้วางลูกน้อยของคุณลงในเปล ในห้องที่เงียบและมืด
  • สำหรับทารกที่อายุประมาณ 4 ถึง 6 เดือน พ่อแม่ไม่ควรโยกลูกน้อยของคุณเข้านอน ควรให้ทารกนอนลงในขณะที่เขาง่วงนอน แต่ยังคงตื่นอยู่
  • อย่าใส่ข้าวบดลงในขวดนมของลูกน้อย  หลายๆคนคงเคยได้ยินคุณย่าคุณยายแนะนำว่าให้ใส่ข้าวบดกฃลงในขวดจะช่วยให้ทารกนอนหลับตลอดทั้งคืน แต่อย่าลืมว่า ทารกไม่ต้องการอาหารแข็งจนกว่าพวกเขาจะอายุประมาณ 6 เดือน  ทารกบางคนอาจพร้อมสำหรับอาหารแข็งเมื่อ 4 หรือ 5 เดือน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นควรปรึกษาแพทย์ของคุณก่อน
  • อย่าปล่อยให้ลูกน้อยของคุณเหนื่อยจนเกินไป เพราะอาจจะทำให้ยากต่อการนอนหลับของลูก
  •  ควรจัดท่าให้ลูกน้อยนอนหงาย  สิ่งนี้ช่วยป้องกันอาการทารกเสียชีวิตอย่างกะทันหัน (SIDS)

เคล็ดลับในการช่วยให้ทารกกลับไปนอนหลับ

เคล็ดลับในการช่วยให้ทารกกลับไปนอนหลับ

  • ให้นมกับทารกแรกเกิดที่ตื่นมาเพราะหิวโหยโดยพยายามตอบสนองให้เร็ว เพราะหากปล่อยให้ทารกร้องนานเกินไปทารกจะอารมณ์เสียและกลับไปนานยากขึ้น
  •  ปิดไฟหรือเปิดไฟสลัวๆระหว่างการให้นมตอนกลางคืนและใช้เสียงเบาที่สุดที่คุณจะทำได้
  • หากลูกน้อยของคุณตื่นมาตอนกลางคืน แต่ไม่ได้รู้สึกหิว ให้พาลูกกลับไปนอนให้เร็วที่สุด
  • หากลูกน้อยของคุณไม่ยอมนอนให้ตรวจดูว่าลูกหิวหรือผ้าอ้อมเปียกหรือไม่  โดยให้ทำกิจกรรมทุกอย่างอย่างเงียบ ๆ  ให้แสงน้อย  และอย่าเล่นหรือร้องเพลงให้ลูกน้อยของคุณ   ให้วางลูกกลับลงไปในเปลโดยเร็วที่สุด
  • พยายามสงบสติอารมณ์ลูกน้อย เพราะเด็กทารกจะมีความอ่อนไหวต่อความรู้สึกได้ง่าย ดังนั้นหากลูกร้องก็ควรเข้าไปปลอบประโลมให้เร็วที่สุด
  • คุณพ่อคุณแม่ต้องมีความคงเส้นคงวา  หากคุณเปลี่ยนแผนในการรับมือกับการร้องไห้ตอนกลางคืน ต้องทำความเข้าใจกันระหว่างคุณพ่อคุณแม่ด้วยว่าจะจัดการรับมืออย่างไร

การจัดที่นอนให้ปลอดภัยกับลูกที่ช่วยใน การนอนหลับของทารก

ควรตรวจสอบให้แน่ใจเสมอว่าลูกน้อยของคุณสามารถนอนหลับได้อย่างปลอดภัย โดยหลักการง่ายๆดังนี้

  • ให้ลูกนอนท่านอนหงาย
  • ที่ที่ปลอดภัยที่สุดสําหรับทารกที่จะนอนหลับในช่วง 6 เดือนแรก คืออยู่ในเปลแยก หรือตะกร้านอนในห้องเดียวกับคุณ
  • อุณหภูมิห้องที่เหมาะสําหรับการนอนหลับของทารกอยู่ระหว่าง 18 ° C ถึง 22 ° C ดีที่สุดสำหรับเด็กทารก
  • ผ้าปูที่นอนและเสื้อผ้าของทารกไม่รัดหรือหลวมจนเกินไป
  • ให้ลูกน้อยของคุณอยู่ในสภาพแวดล้อมที่อากาศถ่ายเทได้ดีและปราศจากควันและฝุ่น
  • ห้องที่มืดสนิทหรือมีแสงไฟสลัว เสียงไม่ดัง แต่อาจจะมีเสียงหึ่งเบาๆ (white noise) อาจจะเป็นการช่วยให้ลูกนอนหลับดีขึ้นได้

การนอนมีผลต่อสุขภาพกายและใจของลูก การนอนหลับของทารก

การนอนเป็นกิจกรมที่ไม่ควรละเลยทั้งในผู้ใหญ่และตัวเด็กเอง เพราะการนอนที่มีคุณภาพจะส่งผลต่อสุขภาพกายและใจของลูก และเป็นช่วงที่สมองมีการพัฒนา ดังนั้นการสร้างนิสัยและกิจวัตรในการนอนนั้นจึงเป็นสิ่งสำคัญต่อสุขภาพองค์รวมของเด็ก หากลูกนอนหลับแบบไม่มีคุณภาพ หรือหลับไม่เพียงพอแล้วนั้น อาจจะส่งผลต่อการทำงานของระบบต่างๆ ภายในร่างกาย หลักการข้างต้นหากพ่อแม่นำไปปรับใช้ให้เหมาะกับลูกและบริบทของครอบครัวก็เป็นการช่วยส่งเสริม การนอนหลับของทารก ที่มีคุณภาพให้กับลูกน้อยของคุณได้ค่ะ

Resources:

https://pediatrics.aappublications.org/content/138/5/e20162938

https://pediatrics.aappublications.org/content/142/6/e20174330

https://www.uofmhealth.org/health-library/zx4004

https://www.nhs.uk/conditions/baby/caring-for-a-newborn/helping-your-baby-to-sleep/

บทความที่น่าสนใจ