วันสตรีสากล (International Women’s Day) 8 มีนาคม ผู้หญิงไม่ใช่ควายอีกต่อไป

วันสตรีสากล

วันสตรีสากล (International Women’s Day) 8 มีนาคมของทุกปี 

ผู้หญิงเป็นดอกไม้ของชาติ ฟังดูแล้วช่างสวยงาม แต่ความหมายลึกๆของคำนี้ที่หลายๆคนในอดีตหมายถึงนั้นเปรียบเหมือนคำหลอกลวงให้ผู้หญิงยอมจำนน ยอมเป็นเท้าช้างหลัง ไม่เชื่อมั่นศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของตน มองผู้หญิงว่าเป็นแม่และภรรยาที่ต้องดูแลบ้านและเลี้ยงลูกเท่านั้น ไม่ได้รับการยอมรับหากผู้หญิงออกมาทำงานนอกบ้าน เมื่อเวลาผ่านไป การต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมและเสมอภาคทางเพศนั้นมีมาเรื่อยๆ จนปัจจุบันนี้ถือว่าทุกคน ทุกเพศมีความเท่าเทียมกันมากขึ้น นั่นคือสิ่งที่ความจริงของคนบางกลุ่ม แต่ในขณะเดียวกันก็นั้นก็เป็นได้แค่เพียงอุดมคติ นั่นหมายถึง ผู้หญิงหลายคนก็ยังคงต่อสู้เพื่อความเสมอภาคของตัวเองอยู่ในปัจจุบันนี้ 

วันสตรีสากล (International Women’s Day) 8 มีนาคม

สารบัญ

วันสตรีสากลคืออะไร?

วันสตรีสากล  (IWD) หรือเดิมเรียก วันสตรีแรงงานสากล (International Working Women’s Day)  เป็นวันนี้เหล่าสตรีจากทั่วโลก ทุกเชื้อชาติ ศาสนา อาชีพ จะร่วมกันเฉลิมฉลองความเสมอภาคทางชีวิต และเป็นการแสดงให้เห็นถึงความเท่าเทียมในสังคมอีกด้วย

วันสตรีสากลเริ่มต้นอย่างไร?

 ประวัติศาสตร์ของวันสตรีสากล
รูปจาก internationalwomensday.com

ประวัติศาสตร์ของวันสตรีสากล เริ่มในช่วงปี 1907 โดยเหล่าแรงงานหญิงในโรงงานทอผ้าราวๆ 15,000 คน ในรัฐนิวยอร์กของสหรัฐ เกิดความไม่พอใจในความไม่เป็นธรรมในการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นชั่วโมงการทำงานที่ยาวนาน ค่าจ้าง และสิทธิ์ในการเลือกตั้งผู้แทน (ในยุคนั้นไม่อนุญาตให้ผู้หญิงได้ออกมาใช้สิทธิ์ในการเลือกตั้ง) เพราะทางด้านนายทุนอ้างว่าผู้หญิงคือแรงงานสำรอง ไม่ใช่หัวหน้าครอบครัวผู้หารายได้หลัก ผู้หญิงจริงถูกเอารัดเอาเปรียบอย่างหนักหน่วงมากกว่าแรงงานชาย เมื่อที่ใดมีการกดขี่ ที่นั่นย่อมมีการต่อสู้  ที่พวกเธอจึงได้ออกมาประท้วงเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม

วันสตรีสากลเริ่มต้นอย่างไร?

1909

ตามคําประกาศของพรรคสังคมนิยมแห่งอเมริกา ได้จัดให้มีวันหญิงแห่งชาติ (NWD) ครั้งแรกทั่วสหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ผู้หญิงยังคงเฉลิมฉลอง NWD ในวันอาทิตย์สุดท้ายของเดือนกุมภาพันธ์จนถึง 1913

1910

คลาร่า เซทคิน
รูปจาก hist259.web

ในปี 1910 การประชุมนานาชาติสตรีคนทํางานครั้งที่สอง จัดขึ้นที่โคเปนเฮเกน ผู้หญิงคนหนึ่งชื่อ “คลาร่า เซทคิน”   (Clara Zetkin) นักการเมืองสตรีสายแนวคิดสังคมนิยม (พรรคสังคมประชาธิปไตยในเยอรมนี) ได้เสนอความคิด ระบบ สาม8 นั่นก็คือ 8 ชั่วโมงในการทำงาน 8 ชั่วโมงในการแสวงหาความรู้ และ 8 ชั่วโมงในการพักผ่อน เพราะในสมัยนั้นผู้หญิงต้องทำงานถึง 15-17 ชั่วโมงต่อวัน พร้อมทั้งเสนอให้ปรับค่าแรงของแรงงานหญิงให้เท่าเทียมกับแรงงานชาย และยังเรียกร้องให้มีการคุ้มครองสวัสดิการสตรีและแรงงานเด็กอีกด้วย

และจากการประชุมในครั้งนั้นของผู้หญิงกว่า 100 คน จาก 17 ประเทศ ซึ่งเป็นตัวแทนของสหภาพพรรคสังคมนิยมสโมสรสตรีคนทํางาน มีผลอนุมัติเป็นเอกฉันท์ให้มี วันสตรีสากล โดยได้กำหนดวันที่ 8 มีนาคม ของทุกๆปีคือวัน สตรีสากล

1911

หลังจากการอนุมัติที่โคเปนเฮเกน ในเดนมาร์ก ปี 1911 วันสตรีสากลได้รับเกียรติเป็นครั้งแรกในออสเตรีย เดนมาร์ก เยอรมนีและสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 19 มีนาคม ผู้หญิงและผู้ชายมากกว่าหนึ่งล้านคนเข้าร่วมการชุมนุมของ IWD รณรงค์เพื่อสิทธิสตรี 

การต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมและเสมอภาคของผู้หญิงไทย

ผู้หญิงเป็นควาย ผู้ชายเป็นคน

การต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมและเสมอภาคของผู้หญิงนั้นมีมาตลอดทุกสมัย แน่นอนว่าถ้าย้อนกลับไปเมื่อหลายร้อยปีก่อน ในระบบไพร่ ผู้ชายถูกเกณฑ์แรงงานเพื่อไปเป็นแรงงาน ส่วนผู้หญิงนั้นคือแรงงานหลักในการผลิตข้าวปลาอาหารและทอผ้า แต่ก็มิหนำซ้ำยังมีการกดขี่เหยียบย่ำหญิงทางความคิด ไม่ว่าจะเป็นประเพณี หรือกฎหมาย โดยมีคดีที่หญิงไทยออกมาเรียกร้องเพื่อให้มีการเปลี่ยนแปลงกฎหมายตั้งแต่สมัยระบบไพร่นั่นก็คือ

  • อำแดงเหมือน เพื่อคัดค้านการแต่งงานแบบคลุมถุงชน 

อำแดงเหมือนได้ทูลเกล้าถวายฎีกาต่อพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ร้องทุกข์กรณีที่บิดามารดาบังคับให้แต่งงาน รัชกาลที่ 4 จึงโปรดให้ออกประกาศพระราชบัญญัติลักภา จ.ศ. 1227 (พ.ศ. 2406) เพื่อแก้ไขหลักกฎหมายโบราณซึ่งให้ อำนาจอิสระแก่บิดามารดาเหนือบุตรโดยไม่มีขอบเขตจำกัด อำนาจอิสระ ให้สิทธิแก่บิดามารดาในการจำหน่ายจ่ายโอนบุตรให้แก่ผู้อื่นตามความพอใจของตน รวมทั้งการบังคับให้บุตรแต่งงานตามประเพณีการคลุมถุงชน

  • อำแดงจั่น ที่ต่อสู้กับกฎหมายให้ผัวขายเมียเพื่อไปเป็นทาส

ในปี พ.ศ. 2410 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงโปรดให้แก้ไขหลักกฎหมาย ผู้หญิงเป็นควาย ผู้ชายเป็นคน ได้ทรงโปรดให้ออกประกาศพระราชบัญญัติเรื่องผัวขายเมีย บิดามารดาขายบุตร จ.ศ. 1229 การทูลเกล้าถวายฎีกาของอำแดงจั่นส่งผลให้พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวต้องทรงวางหลักกฎหมายใหม่

ซึ่งการลุกขึ้นต่อสู้เพื่อหาความเป็นธรรมให้กับเพศหญิงของอำแดงเหมือนและอำแดงจั่นในครั้งนั้นก็ถือว่าความพยายามของเธอในครั้งนั้นเกิดผลและประสบความสำเร็จทั้ง 2 กรณี

ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 สถานะที่ประหนึ่งหญิงคือควาย ชายคือคน ของผู้หญิงในกฎหมายไทยจึงเปลี่ยนไป นี่คือบทพิสูจน์ที่ชัดเจนว่า สิทธิความเสมอภาคของหญิงได้มาด้วยการต่อสู้

ชื่อสกุล เป็นสิ่งที่บอกว่า  บุคคลผู้ถูกเรียกขานนั้น  มาจากตระกูลใด (thatsmatter.com)

  • เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองมาเป็นระบอบประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2475 คณะราษฎร ให้หญิงไทยมีสิทธิลงสมัครรับเลือกตั้งและลงคะแนนเสียงเลือกตั้งในระดับชาติ และหลังจากนั้นกฎหมายได้ถูกปรับเปลี่ยนให้ผู้หญิงมีความเสมอภาคยิ่งขึ้น เช่น ยอมให้ผู้หญิงเป็นผู้พิพากษาสมทบและอัยการได้ หญิงที่มีสามีมีสิทธิ์ในการจัดการทรัพย์สินของตัวเองได้
  • และในปี 2540 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ซึ่งเป็นรัฐธรรมนูญฉบับแรกที่ประกาศเจตนารมณ์อย่างชัดเจนว่า “คนทุกเพศ มีความเท่าเทียมกัน”

 

ดอกไม้อะไรเป็นสัญลักษณ์ของวันสตรี?

ดอกไม้มิโมซ่า

ประวัติความเป็นมาของวันสตรีย้อนกลับไปกว่า 100 ปีและในการเฉลิมฉลองครั้งแรกดอกไม้มิโมซ่า (Mimosa) ถูกนํามาใช้เป็นสัญลักษณ์ของวันเนื่องจากเป็นตัวแทนของความแข็งแกร่งความรู้สึกและความรู้สึก

ธีมวันสตรีสากลปีนี้คืออะไร?

ธีมแคมเปญสําหรับวันสตรีสากลปี 2021

ซึ่งในวันสตรีสากลจะมีธีมที่แตกต่างกันไป ซี่งธีมแคมเปญสําหรับวันสตรีสากลปี 2021 นั้นคือ  #ChooseToChallenge

บนเว็บไซต์ IWD ผู้จัดงานกล่าวว่า “เราทุกคนสามารถเลือกที่จะท้าทายและเรียกร้องความเท่าเทียมทางเพศและลดความเหลื่อมล้ำ เราทุกคนสามารถเลือกที่จะแสวงหาและเฉลิมฉลองกับความสําเร็จของผู้หญิง โดยรวมแล้วเราทุกคนสามารถช่วยสร้างโลกใบนี้ร่วมกัน

So, hand up high to show you’re in

ดังนั้นยกมือขึ้นสูงเพื่อแสดงว่าคุณเข้าร่วมโครงการค่ะ

สีอะไรเป็นสัญลักษณ์ของวันสตรีสากล?

สีอะไรเป็นสัญลักษณ์ของวันสตรีสากล

สีม่วง สีเขียวและสีขาว เป็นสีของวันสตรีสากล

ซึ่งสีดังกล่าวมาจากสหภาพสังคมและการเมืองสตรี (WSPU) ในสหราชอาณาจักรในปี 1908

โดยแต่ละสีมีความหมายดังนี้

สีม่วง หมายถึง ความยุติธรรมและศักดิ์ศรี

สีเขียว หมายถึง ความหวัง

สีขาว หมายถึง ความบริสุทธิ์

จะอธิบายเกี่ยวกับวันสตรีสากลให้กับลูกเข้าใจได้อย่างไร ?

วันสตรีสากลเป็นวันที่จะผู้หญิงจะรู้สึกถึงแรงบันดาลใจและพลัง เป็นวันที่เราควรจะให้ลูกๆ ไม่ว่าจะเป็นเด็กผู้หญิงและเด็กผู้ชาย  เห็นถึงความสำคัญของผู้หญิง ไม่ควรแยกเพศว่าเพศชายทำอะไรได้ และเพศหญิงทำไม่ได้ เพราะทุกเพศมีความเสมอภาคกัน มีคุณค่าเท่าเทียมกัน 

องค์กรต่างๆ ต่างใก้ความสำคัญในวันสตรีสากล

มีหลายองค์กรออกมาให้ความสำคัญในวันสตรีสากลอย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็น UN , กระทรวงแรงงาน ได้จัดงานสตรีสากลขึ้นในทุกปีเช่นเดียวกัน เพื่อคัดเลือกสตรีทำงานดีเด่นในแต่ละประเภท, Google ก็ได้เปลี่ยน Google  doodle ให้เป็นรูปน่ารักๆในวันนี้ หรือแม้แต่ทาง Netflix ก็ได้ทำวิดีโอรับวันสตรีสากล

Google  doodle

กูเกิ้ล ดูเดิ้ล

วิดีโอรับวันสตรีสากล จาก Netflix 

 และหลายๆประเทศก็มีการออกมาเฉลิมฉลองกันในวันสตรีสากล 

แต่ละประเทศเฉลิมฉลองวันสตรีสากลอย่างไรกันบ้าง?

ประเทศรัสเซีย 

มียอดขายดอกไม้เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า ในช่วง 3-4 วันก่อนวันที่ 8 มีนาคม นั่นก็หมายถึงคนในประเทศรัสเซียนิยมให้ดอกไม้กันในวันสตรีสากลนั่นเอง

ประเทศจีน 

ผู้หญิงจำนวนมากจะได้รับวันหยุดงานครึ่งวันในวันที่ 8 มีนาคม ตามคำแนะนำของสภาแห่งรัฐแต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกบริษัทจะให้พนักงานหญิงทำงานครึ่งวันในวันนี้

ประเทศอิตาลี

มีการเฉลิมฉลองวันสตรีสากลหรือ la Festa della Donna ด้วยการให้ดอกไมโมซ่า  ต้นกำเนิดของประเพณีนี้ไม่ชัดเจนนัก แต่เชื่อกันว่าเริ่มต้นในกรุงโรมหลังสงครามโลกครั้งที่สอง

สหรัฐอเมริกา

ในเดือนมีนาคม ถือว่าเป็นเดือนแห่งประวัติศาสตร์สตรี ประธานาธิบดีจะออกมากล่าวถ้อยแถลงทุกปีเพื่อยกย่องความสำเร็จของสตรีอเมริกัน

ประเทศไทย

จัดตั้งคณะกรรมการส่งเสริมและประสานงานสตรีแห่งชาติ (กสส.) เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนบทบาทของผู้หญิงในสังคม โดยในแต่ละปีจะจัดให้มีการประกาศเกียรติคุณแก่สตรีดีเด่นประจำปี เนื่องในวันสตรีสากล ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติ สตรีผู้สร้างประโยชน์ในสาขาอาชีพต่าง ๆ  

ผู้หญิงเก่ง ที่เป็นแรงขับเคลื่อนประโยชน์ต่างๆสู่สังคม

Kamala Harris (กมลา แฮร์ริส) 

กมลา แฮร์ริส
 รูปจาก wikipedia.org

Kamala Harris (กมลา แฮร์ริส) รองประธานาธิบดีหญิงคนแรกของสหรัฐอเมริกา เธอคือสตรีชาวอเมริกันผิวสีและอเมริกันเอเชียคนแรกที่ได้รับเลือกเป็นรองประธานาธิบดีของพรรคการเมืองใหญ่ในสหรัฐฯ 

ประวัติของ Kamala Harris 

ครอบครัว

Kamala Harris เกิด 20 ตุลาคม พ.ศ. 2507และเติบโตที่เมืองโอ๊กแลนด์ ทางตอนกลางของมลรัฐแคลิฟอร์เนีย แม่ของเธอเป็นนักวิทยาศาสตร์ชาวอินเดียที่ได้รกรากจากอินเดียมาที่ที่สหรัฐฯ ตั้งแต่สมัยที่เรียนปริญญาเอก ส่วนพ่อของเธอนั้นเป็นนักเศรษฐศาสตร์ผิวดำจากประเทศจาเมกา ที่ได้อพยพมาใช้ชีวิตอยู่ในสหรัฐฯ ตั้งแต่เรียนปริญญาโท 

การศึกษา

Kamala Harris ได้สำเร็จการศึกษาคณะนิติศาสตร์บัณฑิตจากมหาวิทยาลัยแห่งรัฐแคลิฟอร์เนียในปี 1989 

การทำงานและขับเคลื่อนประโยชน์สู่สังคม

เมื่อสำเร็จการศึกษา เธอได้ทำงานเป็นผู้ช่วยอัยการเขตของเขตอะลาเมดาและซานฟรานซิสโก ต่อมาเธอตัดสินใจลงเล่นการเมือง และชนะเลือกตั้งจนได้เป็นอัยการประจำเขตซานฟรานซิสโกในปี 2003 ก่อนที่เธอจะขยับไปเล่นการเมืองในระดับที่ใหญ่ขึ้น(มลรัฐ) และได้รับเลือกเป็นอัยการสูงสุดของมลรัฐแคลิฟอร์เนีย  คนที่ 32 ในปี 2010 และสมาชิกวุฒิสภาจากมลรัฐแคลิฟอร์เนียในปี 2016

Kamala Harris ถือเป็นนักการเมืองที่มีคุณสมบัติครบถ้วนที่ในการที่จะมาดำรงตำแหน่งรองประธานาธิบดี ของประธาราธิบดี Joe Biden เธอมีประสบการณ์การทำงานในกระบวนการยุติธรรมมาถึง 30 ปี ซึ่งจุดนี้จึงทำให้เป็นที่ถูกตาต้องใจ เพราะเป็นประโยชน์ที่จะช่วยให้รัฐบาลของไบเดนผลักดันกระบวนการยุติธรรมของกลุ่ม Black Lives Matter ให้ประสบความสำเร็จ นอกจากนี้เธอยังมีประสบการณ์ทางการเมืองในระดับชาติมาก่อน เพราะเธอได้ดำรงเป็นสมาชิกวุฒิสภามา 4 ปี และผ่านการทำหน้าที่กรรมาธิการด้านงบประมาณ ยุติธรรม และความมั่นคงมาแล้ว 

Sanna Marin (ซันนา มารีน)

ซันนา มารีน
     รูปจาก suomenkuvalehti.fi

Sanna Marin (ซันนา มารีน) นายกรัฐมนตรีของฟินแลนด์ นายกรัฐมนตรีอายุน้อยที่สุดในโลก เธอได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ในวัย 34 ปี เท่านั้น

ประวัติของ Sanna Marin 

ครอบครัว

Sanna Marin เกิด 16 พฤศจิกายน 1985 เฮลซิงกิ ฟินแลนด์ พ่อแม่ของเธอแยกกันเมื่อเธอยังเด็กมาก และเธอเติบโตขึ้นมาใน “ครอบครัวสีรุ้ง” นั่นก็คือเธอเติบโตมาจากแม่และคู่ชีวิตใหม่ของแม่ที่เป็นเพศเดียวกัน ซึ่งเธอก็มีความสับสนกับสถานะทางครอบครัว เพราะไม่เหมือนกับครอบครัวเพื่อนคนอื่นๆ แต่นั่นก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินชีวิตของเธอแต่อย่างใด เพราะแม่ของเธอให้การสนับสนุนเธอมาอย่างเสมอ  ทำให้เธอเชื่อมั่นว่าเธอสามารถทำทุกอย่างได้เท่าที่เธอต้องการ

การศึกษา

เธอจบการศึกษาระดับปริญญาสาขาวิทยาการบริหารศาสตร์ (Administrative Sciences) จาก มหาวิทยาลัยแห่งตัมเปเร่ (Tampere University)

การทำงานและขับเคลื่อนประโยชน์สู่สังคม

เมื่อเธออายุ 27 ปี เธอเป็นผู้บริหารเมืองตัมเปเร ทางภาคใต้ของประเทศ และได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในปี 2015 

เมื่อเดือน มิ.ย. 2019 ซันนา มารีน ขึ้นดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีคมนาคมและการสื่อสารของฟินแลนด์

โดยเธอเป็นนายกรัฐมนตรีผู้ส่งเสริมความเสมอภาคทางเพศในฟินแลนด์

“สตรีนิยม ข้ามพ้นวัย ในฟินแลนด์” ,”รัฐสภาฟินแลนด์ : ผู้บุกเบิกความเท่าเทียมทางเพศ” ,  “ปกครองโดยผู้หญิง : สิ่งที่เรากำลังเฝ้ารออยู่”

Aung San Suu Kyi (อองซานซูจี)

อองซานซูจี

Aung San Suu Kyi (อองซานซูจี) วีรสตรีหญิงที่ใช้ทั้งชีวิตของเธอเรียกร้องประชาธิปไตยให้กับคนในประเทศพม่า  ชื่อเสียงและความพยายามในการต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งประชาธิปไตย เธอจึงได้สมญานามว่า “มารดาแห่งประชาธิปไตยสมัยใหม่ของพม่า”

ประวัติของ Aung San Suu Kyi

ครอบครัว

อองซานซูจี เกิด วันที่ 19 มิถุนายน พ.ศ.2488 เธอเป็นบุตรสาวคนเล็กสุดของ “นายพลอองซาน” “วีรบุรุษอิสรภาพของประเทศพม่า”ผู้ซึ่งมีผลงานที่เยี่ยมยอดให้กับประเทศในการนำกองทัพต่อสู้กับญี่ปุ่นและสหราชอาณาจักร จนนำไปสู่การได้รับอิสรภาพ แต่ต่อมาท่านก็ได้ถูกลอบสังหาร ตอนนั้น “ซูจี” อายุได้ 2 ขวบ ทำให้ต้องอาศัยอยู่กับผู้เป็นแม่ “ดอว์ขิ่นจี” ซึ่งตอนนั้น ดอว์ขิ่นจี ได้ไปดำรงตำแหน่งทูตพม่าประจำประเทศอินเดีย อองซานซูจีได้ไปเรียนต่อในสหราชอาณาจักรจนกระทั่งเติบโต มีครอบครัว และเดินทางกลับมาเมียนมาในปี 2531 ด้วยวัย 43 ปี

การทำงานและขับเคลื่อนประโยชน์สู่สังคม

อองซานซูจีเข้าร่วมกิจกรรมทางการเมืองเป็นครั้งแรก โดยส่งจดหมายเปิดผนึกถึงรัฐบาล เพื่อเรียกร้องให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการอิสระเพื่อเตรียมการเลือกตั้งทั่วไป 

วันที่ 24 กันยายน 2531 “ซูจี” ได้จัดตั้งพรรคสันนิบาตแห่งชาติ จุดประสงค์ก็เพื่อเรียกร้องให้ได้มาซึ่งประชาธิปไตย และได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรค

ตั้งแต่ ปี 2532-2546 “ซูจี” ถูกกักบริเวณและได้รับการปล่อยตัว และวนลูปเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ การที่เธอถูกกักบริเวณนั้นเป็นเพราะผลมาจากการเคลื่อนไหวทางการเมืองต่อสู้กับรัฐบาลทหาร  ระหว่างที่เธอถูกกักบริเวณนั้น ในปี 2534 เธอได้รับรางวัลแห่งเกียรติยศ คณะกรรมการโนเบลแห่งประเทศนอร์เวย์ ก็ยังได้ประกาศชื่อ “อองซาน ซูจี” เป็นผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ซึ่งถือว่าเป็นรางวัลที่ทรงเกียรติ แต่น่าเสียได้ว่าเธอไม่ได้เป็นผู้ไปรับรางวัลได้ด้วยตนเอง เพราะถูกจองจำ โดย“อเล็กซานเดอร์”  และ “คิม” บุตรชายทั้งสองของ “ซูจี” ไปรับรางวัลแทนมารดาที่กรุงออสโล ประเทศนอร์เวย์

จนกระทั่งปี 2553 ได้รับการปล่อยตัวอย่างเป็นทางการ 

ในปี พ.ศ. 2558  พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (NLD) ของอองซานซูจี ชนะการเลือกตั้งทั่วไปในประเทศพม่าอย่างถล่มทลาย คะแนนที่ได้มาเรียกว่าทำเอาฝ่ายตรงข้ามแพ้ราบคราบ แต่เนื่องจากรัฐธรรมนูญของประเทศพม่าระบุว่า ห้ามประธานาธิบดีพม่ารับตำแหน่งหากคนผู้นั้นผ่านการแต่งงานกับคนต่างด้าวและมีลูกเป็นต่างด้าว ซูจีจึงไม่สามารถขึ้นเป็นประธานาธิบดีพม่าได้ แต่เธอก็ได้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาแห่งรัฐเมียนมา เทียบเท่ากับประธานาธิบดี เธอได้มีบทบาทมากขึ้นในรัฐบาลพม่า เธอยังคงเรียกร้องประชาธิปไตยอย่างต่อเนื่อง

มาดามแป้ง นวลพรรณ ล่ำซำ

มาดามแป้ง นวลพรรณ ล่ำซำ

มาดามแป้ง นวลพรรณ  ถือเป็นผู้หญิงเก่งที่สวมหมวกหลายใบ ไม่ว่าจะเป็นหน้าที่ที่ดำเนินธุรกิจของตระกูล บริษัท เมืองไทยประกันภัย หรือหน้าที่ทางสังคมที่เป็นผู้ขับเคลื่อนผลักดันด้านกีฬาฟุตบอลหญิง

ประวัติของ มาดามแป้ง นวลพรรณ ล่ำซำ

ครอบครัว

มาดามแป้ง นวลพรรณ ล่ำซำ เกิดวันที่เกิด 21 มี.ค. 2509 เป็นบุตรของ โพธิพงษ์ ล่ำซำ กับนางยุพา ล่ำซำ 

การศึกษา

– โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน

– ปริญญา สาขาบริหารธุรกิจ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 

– ปริญญาโท สาขาการจัดการมหาวิทยาลัยบอสตัน สหรัฐอเมริกา

การทำงานและขับเคลื่อนประโยชน์สู่สังคม

เนื่องจากเธอเป็นผู้หญิงเก่ง เธอจึงสวมหมวกหลายใบในหน้าที่การงาน แต่วันนี้ขอโฟกัสไปที่ตำแหน่งผู้จัดการฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย ระหว่างที่เธอได้ดำรงตำแหน่งอยู่นั้น เธอสามารถพาทีมฟุตบอลหญิงลุยศึกฟุตบอลหญิงชิงแชมป์โลก 2015 ที่ประเทศแคนาดา ซึ่งถือว่าเป็นการเข้าไปลึกที่สุดของทีมฟุตบอลหญิงไทยที่เคยมีมา ถึงแม้ว่าครั้งนั้นจะไม่ได้เหรียญมาก็ตาม แต่ทำเอาคนไทยดีใจ ปลื้มใจกันทั่วประเทศ ระหว่างที่เธอดำรงตำแหน่งอยู่นั้น มาดามแป้ง นวลพรรณ ได้พยายามที่จะผลักดัน เปลี่ยนแปลงหลายๆอย่างในวงการลูกหนังทีมหญิงไทย ไม่ว่าจะเป็นค่าตอบแทน สวัสดิการต่างๆ การเพิ่มลีกส์ในการแข่งขันเพื่อพัฒนาฝีเท้าของนักฟุตบอล แต่การเปลี่ยนแปลงต่างๆนั้นก็ไม่ได้ง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก เพราะมีหลายปัจจัยให้แก้ไปเรื่อย สุดท้ายเธอก็ลาออกจากการเป็นผู้จัดการฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย และมาเป็นประธานสโมสรการท่าเรือ เอฟซี ซึ่งระหว่างที่ดำรงตำแหน่งก็ได้ลงพื้นที่ร่วมพัฒนาพื้นที่ชุมชนคลองเตยเสมอมา ไม่ว่าจะเป็นการ “เปิดครัวมาดาม”แจกข้าวช่วยไฟไหม้คลองเตย และได้ขยายการช่วยเหลือไปยังพื้นที่อื่นๆอีกด้วย

ซินดี้-สิรินยา บิชอพ

ซินดี้-สิรินยา บิชอพ

ซินดี้-สิรินยา บิชอพ เรารู้จักชื่อเธอดีในฐานะซุปเปอร์โมเดลและพิธีกรรายการ และนอกจากนี้เธอยังได้รับตำแหน่งมิสไทยแลนด์เวิลด์ ปี พ.ศ. 2539 

ประวัติของ ซินดี้-สิรินยา บิชอพ

ครอบครัว

ซินดี้ เกิดวันที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2521 เป็นบุตรของวิลเลียม เบอร์บริดจ์ บิดาเป็นชาวอเมริกัน และมารดาชื่อ แพทริเชีย ผู้มีเชื้อสายอังกฤษ อินเดียและไทย

การศึกษา

สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมจากโรงเรียนร่วมฤดีวิเทศศึกษา และปริญญา คณะการประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ

การทำงานและขับเคลื่อนประโยชน์สู่สังคม

ซินดี้ นอกจากเป็นนางแบบที่มีชื่อเสียงแล้วนั้น เธอยังมีบทบาทต่อสังคมผู้หญิง เธอได้ออกมาต่อต้านการล่วงละเมิดทางเพศ โดยก่อตั้งแคมเปญ #DontTellMeHowToDress(อย่าบอกฉันว่า ฉันต้องแต่งตัวอย่างไร) เพราะอย่างที่เรารู้กันดีอยู่ว่า การล่วงละเมิดทางเพศของผู้หญิงยังคงมีต่อเนื่องทั่วโลก โดยสิ่งที่น่าแปลกใจคือ คนจำนวนมากมีความเชื่อว่า การที่ผู้หญิงถูกล่วงละเมิดทางเพศ เหตุก็เพราะพวกเธอแต่งตัวโป๊ ซึ่งเป็นความคิดที่ไม่เป็นธรรมกับผู้หญิงเอาสะเลยใช่มั๊ยคะ เพราะไม่ว่าจะแต่งตัวแบบไหน ผู้ชายก็ไม่มีสิทธิคุกคามทางเพศ ไม่ว่าจะเป็นทางสายตา ทางคำพูดหรือทางคอมเม้นข้อความ นอกจากนั้นซินดี้-สิรินยา บิชอพ ยังได้เป็นทูตสันถวไมตรี ของ UN Women ประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกอีกด้วย

คำอวยพร หรือแคปชั่น วันสตรีสากล

  • แรงหญิงก็แรงงาน สวรรค์โลกจนอำไพ

คำอวยพร หรือแคปชั่น วันสตรีสากล

  • เคียงข้าง เคียงไหล่ ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย พื้นฐานแห่งสิทธิเสมอภาค หญิง-ชาย
  • Rights for Woman mean Right for All 

สิทธิสตรี คือสิทธิของทุกคน

สิทธิสตรี คือสิทธิของทุกคน วันสตรีสากล

  • May you always shine and spread light all around. Happy International woman’s day.

ขอให้คุณส่องแสงสว่างไสวและกระจายความสว่างไปให้ทั่ว  สุขสันต์วันผู้หญิงสากล

  • “The best protection any woman can have is courage.”

“ความกล้าหาญคือ การป้องกันที่ดีที่สุดที่ผู้หญิงทุกคนสามารถมีได้”

ข้อความเกี่ยวกับผู้หญิง วันสตรีสากล

  • “A woman in any form shall be celebrated and honored, be it

ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงคนไหนก็ควรได้รับการเฉลิมฉลองและเป็นเกียรติ

ข้อความเกี่ยวกับผู้หญิง

  • “If you want to get a plan, go to a man but if you want it to be done, go to a woman.”

“ถ้าคุณต้องการแผนให้ไปที่ผู้ชาย แต่ถ้าคุณต้องการลงมือทําให้ไปหาผู้หญิง”

แคปชั่นเกี่ยวกับผู้หญิง วันสตรีสากล

  • Woman are real architects of society.

ผู้หญิงคือสถาปนิคของสังคม

ข้อความเกี่ยวกับผู้หญิง

  • You are my wonderful woman.

เธอคือผู้หญิงที่ยอดเยี่ยมของฉัน

แคปชั่นผู้หญิง วันสตรีสากล

 วันสตรีสากล แคปชั่นผู้หญิง

woman's day วันสตรีสากล

วันสตรี วันสตรีสากล

 

Resources : 

https://www.theology.ac.th/article-media/1476 

https://www.theology.ac.th/article-media/1476

https://www.thairath.co.th/person/8876

https://www.prachachat.net/world-news/news-605556

https://www.internationalwomensday.com/Activity/15586/The-history-of-IWD

บทความที่เกี่ยวข้อง