วิธีดูรุ่นบน macOS ผ่านคำสั่ง “About this Mac” ทำได้ง่ายๆบนเครื่อง Macbook

วิธีดูรุ่นบน macOS ผ่านคำสั่ง “About this Mac"

LT;DR

  1. ตอนซื้อมาครั้งแรกให้ถ่ายรูปกระดาษที่แปะข้างกล่องซึ่งจะบอกรุ่นและรายละเอียดของอุปกรณ์เอาไว้นะ (ล้อเล่น)
  2. ดูผ่านคำสั่ง “About this Mac – เกี่ยวกับ Mac เครื่องนี้” ที่อยู่ในปุ่มรูปแอปเปิลบนเมนูบาร์

ดูรุ่น MacOS กระดาษที่แปะข้างกล่อ

แหล่งซื้อ Macbook ราคาถูก ราคานักศึกษา จัดโปรโมชั่นบ่อย

banana
พาวเวอร์บาย
centra ห้างดังยักษ์ใหญ่ของไทย
เจดีเซ็นทรัล
ช้อปปี้

ถ้าใครที่เคยใช้ Windows มาก่อนคงพอจะทราบว่าวิธีดูรายละเอียด (specification) ของคอมพิวเตอร์ (PC) หรือโน้ตบุ๊คที่ใช้งานอยู่ด้วยวิธีการพื้นฐานขั้นแรกคือ คลิกขวาที่ My Computer แล้วเลือก Properties แต่พอเป็น Windows 10 ก็มีวิธีการมากมาย ให้ได้ตรวจสอบกัน หรือจะใช้โปรแกรม CPU-Z ที่เป็นโปรแกรมสำหรับดูรายละเอียดแบบเบื้องลึกสำหรับ คอมพิวเตอร์บนระบบ Windows โดยเฉพาะ อย่างไรก็ตาม เมื่อย้ายมาใช้งานระบบ macOS ที่จะทำงานอยู่บนคอมพิวเตอร์และโน้ตบุ๊ค ได้แก่ Macbook, Macbook Air, Macbook Pro, Mac mini, iMac, iMac Pro และ Mac Pro แล้วนั้น วิธีการก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไรสามารถทำตามขั้นตอน ดังนี้

  1. ไปเลือกตรงโลโก้แอปเปิ้ลที่อยู่ตรงแท็บด้านบน (menu bar) แล้วเลือก About this mac หรือเกี่ยวกับ Mac เครื่องนี้ กรณีภาษาไทย

ดูรุ่นบน macOS ผ่านคำสั่ง “About this Mac"

2. จะขึ้นหน้าต่างที่ประกอบไปด้วย 5 หัวข้อย่อย ได้แก่ ภาพรวม จอภาพ พื้นที่จัดเก็บข้อมูล บริการช่วยเหลือ และบริการ ซึ่งหน้าต่างที่ปรากฏครั้งแรกจะแสดงรายละเอียดของ “ภาพรวม” ที่จะแสดงรายละเอียดต ได้แก่
– รุ่นของ macOS ที่ติดตั้งบนเครื่อง (ในกรณีตามแผนจะเป็น macOS 11 ซึ่งมีชื่อเรียกว่า Big Sur และรุ่นย่อยเป็น .2.3)
– รุ่นของโน้ตบุ๊ค (ในกรณีนี้คือ MacBook Air) ส่วนในวงเล็บจะเป็นรุ่นย่อยและปีที่ผลิตหรือจัดจำหน่าย
– ชิพ หรือ CPU ที่ใช้
– หน่วยความจำ จะแสดงขนาดของหน่วยควาจำ (RAM) ที่ติดตั้งบนอุปกรณ์
– เลขประจำเครื่อง หรือ Serial Number ที่เป็นรหัสเฉพาะของอุปกรณ์
รุ่นของ macOS ที่ติดตั้งบนเครื่อง
ทั้งนี้ มีปุ่มด้านล่างที่อยากให้ผู้อ่านสนใจคือ “รายงานระบบ…” เนื่องจากจะมีข้อมูลส่วนสำคัญบอกเอาไว้ โดยเราจะมาดูกันในข้อถัดไป

3. เมื่อกดปุ่ม “รายงานระบบ…” และได้เปิดหน้าต่างใหม่แล้ว จะสังเกตได้ว่าตรงเมนูบาร์ที่จะแสดงชื่อโปรแกรมข้างโลโก้แอปเปิล ได้เปลี่ยนไปแสดงชื่อโปรแกรม “ข้อมูลระบบ” แทนโปรแกรมเดิมที่เปิดไว้ ซึ่งในหน้าต่างของข้อมูลระบบจะมีแถบทางด้านซ้ายที่ประกอบไปด้วยหัวข้อฮาร์ดแวร์ เครือข่าย และซอฟต์แวร์ ถ้าผู้อ่านลองกดเลือก “หน่วยความจำ” ที่อยู่ในหัวข้อฮาร์ดแวร์แล้ว จะเห็นได้ว่ามันจะแสดงประเภทของหน่วยความจำที่อุปกรณ์ได้ใช้งานอยู่ด้วย
กดปุ่ม “รายงานระบบ Macos
นอกจากนี้ เรายังสามารถตรวจสอบสถานะของแบตเตอรี่ที่อยู่ในอุปกรณ์ว่ามีความผิดปกติหรือไม่ โดยไปที่หัวข้อ “กำลังไฟ” ในหัวข้อฮาร์ดแวร์ ตรงส่วนของข้อมูลการชาร์จ ซึ่งจะมีบรรทัดที่เขียนว่า “ระดับแบตเตอรี่ตำว่าระดับวิกฤต” ถ้าขึ้นคำว่า “ไม่มี” แปลว่าแบตเตอรี่ปกติ และสถานะของการชาร์จ (%) หมายถึงรอบ (cycle) การชาร์จของแบตเตอรี่ตั้งแต่เริ่มใช้งาน ที่จะนับการชาร์จตั้งแต่แบตเตอรี่หมดจนเต็มเท่ากับหนึ่งรอบ ทั้งนี้ สามารถตรวจสอบจำนวนรอบแบตเตอรี่ที่รองรับได้จากเว็บไซต์ของแอปเปิล

4. ส่วนของ “จอภาพ” จะแสดงความละเอียดและขนาดหน้าจอของอุปกรณ์ที่ใช้งานอยู่ในปัจจุบัน

จอภาพ จะแสดงความละเอียด macos macbook

5. ส่วนของ “พื้นที่จัดเก็บข้อมูล” ที่จะแสดงขนาดของพื้นที่เก็บข้อมูลทั้งหมดที่รองรับได้ของอุปกรณ์ และพื้นที่เก็บข้อมูลที่ยังว่างอยู่ของอุปกรณ์ ทั้งนี้ สังเกตว่าจะมีแถบสี  (อาจต้องรอให้มันใช้เวลาคำนวณสักหน่อย) ที่จะบอกว่าพื้นที่ของอุปกรณ์ได้ถูกใช้ไปกับข้อมูลประเภทอะไรบ้าง ซึ่งจะมีส่วนข้อมูลที่เรียกว่า “อื่นๆ” เป็นข้อมูลที่ผู้ใช้ส่วนใหญ่ค้างคาใจมากที่สุดว่ามันคือ “อะไรวะ” และไม่รู้จะเอาออกอย่างไร โดยเท่าที่ผู้เขียนพอจะแนะนำได้คือข้อมูลที่ไม่จัดอยู่ในประเภทไฟล์เอกสาร หรือไฟล์สื่ออื่นๆ ที่เป็นแบบทั่วไป เช่น เพลง และรูปภาพ แต่จะเป็นไฟล์ภาพยนตร์ที่เป็นนามสกุลประเภท .mkv .avi หรือไฟล์ของโปรแกรมอื่นๆ ที่เก็บไฟล์ในรูปแบบที่ต่างออกไปจากที่ระบุไว้ข้างต้น อย่างไรก็ดี ลองกดปุ่ม “จัดการ” ที่อยู่ขวามือสุดเพื่อจัดการไฟล์แบบละเอียดและมีตัวเลือกให้ลบไฟล์ในอุปกรณ์ได้มากขึ้น
พื้นที่จัดเก็บข้อมูล macOS macbook
เมื่อเข้ามาแล้วจะเห็นได้ว่าที่แถบด้านซ้ายระบบจะแสดงรายละเอียดของประเภทของข้อมูลที่ใช้งานและขนาดที่ไว้สำหรับเก็บไฟล์ไว้อย่างละเอียดมากกว่าเดิม ซึ่งผู้ใช้งานสามารถเข้าไปลบอย่างละเอียดในแต่ละหัวข้อได้ แต่ในหน้าแรกที่จะแสดงส่วนของ “คำแนะนำ” นั้นตัวระบบจะแสดงข้อแนะนำเพื่อทำให้เพิ่มพื้นที่ของอุปกรณ์ ดังนี้
คำแนะนำ Macos macbook

– จัดเก็บบน iCloud โดยจะนำไฟล์ที่อยู่ในส่วนของ เดสท็อปและเอกสาร (Desktop and Document) และรูปภาพ อัปโหลดไปไว้บน iCloud เพื่อเพิ่มพื้นที่ของอุปกรณ์ อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้งานต้องซื้อพื้นที่ iCloud ให้สอดคล้องกับขนาดของข้อมูลที่จะใช้งานด้วย
จัดเก็บบน iCloud MacOS
– ปรับขนาดพื้นที่จัดเก็บข้อมูล โดยระบบจะนำรายการของภาพยนตร์และรายการทีวีที่ผู้ใช้งานดูแล้ว เอาออกจากอุปกรณ์เพื่อเพิ่มพื้นที่การใช้งาน ที่ส่วนใหญ่จะอยู่ในโปรแกรม Apple TV

โปรแกรม Apple TVล้างถังขยะโดยอัตโนมัติ ที่จะเปิดให้ระบบ macOS ลบข้อมูลที่อยู่ในถังขยะครบจำนวน 30 วัน โดยอัตโนม้ติ
 ล้างถังขยะโดยอัตโนมัติ ที่จะเปิดให้ระบบ macOS
ลดสิ่งเกะกะ ที่มีลองกดปุ่ม “ตรวจดูไฟล์” แล้วระบบจะนำไปสู่แถบ “เอกสาร” ที่แสดงไว้ทางด้านซ้ายซึ่งจะมีให้เลือกแสดงหลายแบบ ได้แก่ ไฟล์ที่มีขนาดใหญ่ ไฟล์ที่อยู่ในรายการดาวน์โหลด โปรแกรมที่ระบบไม่รองรับ ตัวบรรจุ (อันนี้ไม่รู้จริงๆ ว่าคืออะไร) และหน้าต่างเลือกหาไฟล์ โดยส่วนของไฟล์ขนาดใหญ่จะทำให้เราสามารถตรวจสอบเพื่อตัดสินใจลบไฟล์ที่มีขนาดใหญ่ออกก่อนได้โดยง่าย

ลดสิ่งเกะกะ ที่มีลองกดปุ่ม “ตรวจดูไฟล์”

แต่ส่วนที่น่าสนใจคือ “หน้าต่างเลือกหาไฟล์” ที่จะแสดงขนาดของแต่ละโฟลเดอร์ ซึ่งอยู่ในส่วนของ Home Directory หรือภายใน user ที่เราใช้งานอยู่บนระบบ macOS ตามแต่ละประเภทต่างๆ อย่างชัดเจน เช่น เพลง รูปภาพ และเอกสาร
Home Directory หรือภายใน user ที่เราใช้งานอยู่บนระบบ macOS
ทั้งนี้ ตรงแถบด้านซ้ายยังมีรายละเอียดของประเภทข้อมูลที่ใช้งานพื้นที่เก็บข้อมูลบนอุปกรณ์ของระบบ macOS ที่น่าสนใจอีกหลายอย่าง ยกตัวอย่าง กรณีที่ผู้ใช้งานเป็นโปรแกรมเมอร์ ตรงหัวข้อ “นักพัฒนา” ระบบจะแสดงขนาดของ ระบบปฏิบัติการแต่ละแบบที่ต้องใช้อีกด้วย
นักพัฒนา macOS
หลังจากที่ผู้ใช้งานลองเปิดใช้งาน “ปรับขนาดพื้นที่จัดเก็บข้อมูล” และ “ล้างถังขยะโดยอัตโนมัติ” เรียบร้อยแล้ว จะปรากฏเครื่องหมายถูกในวงกลมสีเขียวพร้อมแสดงข้อความว่า เสร็จสมบูรณ์

ปรับขนาดพื้นที่จัดเก็บข้อมูล macos macbook

6. ส่วนของ “บริการช่วยเหลือ” ที่จะนำผู้ใช้งานระบบmacOS ไปสู่แหล่งข้อมูลที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับระบบ macOS และอุปกรณ์ที่ใช้งานอยู่ไปยังเว็บไซต์ของแอปเปิลที่ให้บริการเนื้อหาดังกล่าว เช่น วิธีใช้งาน คู่มือการใช้ ข้อมูลอุปกรณ์ กฏระเบียบข้อบังคับการใช้งาน และบริการช่วยเหลืออื่นๆ

บริการช่วยเหลือ” ที่จะนำผู้ใช้งานระบบ macOS
7. ส่วนของ “บริการ” ที่จะพาไปสู่บริการหลังการขายของแอปเปิล ได้แก่ การตรวจสอบสถานะความคุ้มครองด้านบริการและความช่วยเหลือของฉัน (ระยะเวลารับประกันที่เหลือ) แสดงตัวเลือกการบริการและซ่อมแซมของฉัน (ตัวเลือกการซ่อมที่เป็นไปได้ที่จะขึ้นกับระยะเวลารับประกันที่เหลือด้วย) และ บอกฉันเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ AppleCare (ที่จะนำไปสู่รายละเอียดของการซื้อประกันเพิ่มหรือ AppleCare)

ซื้อประกันเพิ่มหรือ AppleCare

สุดท้่ายนี้อยากจะแนะนำโปรแกรมบนระบบ macOS ที่เก็บประวัติ รายละเอียดอุปกรณ์ ราคา และผลการทดสอบประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ “แอปเปิลเคยวางจำหน่ายมาทั้งหมดตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน” ชื่อ Mactracker ที่ถือว่าเก็บรายละเอียดได้ค่อนข้างครบ และสามารถให้โปรแกรมตรวจสอบได้ด้วยว่าอุปกรณ์ของเราเป็นรุ่นอะไร นอกจากนี้ ยังมีกิมมิคเล็กๆ คือให้ผู้ใช้งานสามารถลองเล่นเสียงตอนเปิดเครื่องของอุปกรณ์แมค หรือที่เราเรียกว่าเสียง ผ่าง!!! (Chime) นั่นเอง

Mactracker ที่ถือว่าเก็บรายละเอียดได้ค่อนข้างครบ

บทความที่เกี่ยวข้อง

บทความน่าสนใจ