อ่านหนังสือกับลูก: สําคัญไฉน และจะเริ่มต้นอย่างไรให้ได้ประโยชน์สูงสุด?

อ่านหนังสือกับลูก

สมองเด็กวัยเล็กก็เปรียบเสมือนดั่งฟองน้ำ ที่สามารถซึมซับความรู้และทักษะต่างๆได้ทุกสิ่งในสภาพแวดล้อมที่เขาอยู่ ซึ่งมันเป็นเรื่องจริง! การ อ่านหนังสือกับลูก จะช่วยเพิ่มการพัฒนาสมองของเด็กๆ สร้างความสัมพันธ์ของลูกและพ่อแม่ในช่วงระหว่างการอ่านหนังสือ ประโยชน์อื่นๆยังมีอีกมากมาย และที่สำคัญยังสามารถทำได้ทุกวัน ทุกเวลา ทุกสถานที่อีกด้วย แค่สละเวลาเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้นเอง คุณก็จะได้รับผลลัพธ์ที่ดีอย่างมหาศาล มีอะไรกันบ้างไปเจาะกันประเด็นอย่างลึกๆกันเลยค่ะ

ALERT : จากข้อมูลสำนักการศึกษา พบว่านักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 ของโรงเรียนสังกัด กทม. ในปี 2561 จำนวน 173,837 คน มีเด็กนักเรียนที่มีปัญหาการอ่านถึง 23,015 คน 

บทความที่เกี่ยวข้อง

การอ่านหนังสือกับลูกมีประโยชน์อย่างไรบ้าง

การอ่านหนังสือกับลูกมีประโยชน์อย่างไรบ้าง?

สร้างความสัมพันธ์ของลูกและแม่ 

การอ่านเป็นการสร้างโอกาสที่ดีสําหรับพ่อม่และลูกในการสร้างความสัมพันธ์ เพราะเป็นช่วงเวลาที่ได้ใช้เวลาร่วมกันและเป็นช่วงเวลาที่ทำให้ลูกได้ผ่อนคลายตัวเอง หลังจากกิจกรรมระหว่างวันที่ตื่นเต้น สนุกสนาน ได้ใช้พลังงานอย่างเต็มที่

การวิจัยจาก 2008 ฉบับนี้ชี้ให้เห็นว่าการอ่านจะช่วยสร้างความสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่กับลูกให้แน่นแฟ้น เด็กๆรู้สึกปลอดภัยได้ใกล้ชิดกับพ่อแม่ในช่วงที่นั่งอ่านหนังสือด้วยกัน นอกจากนี้ยังเรายังช่วยสร้างทัศนคติที่ดีต่อเรื่องราวหนังสือในช่วงของการอ่านให้กับลูก 

การพัฒนาทางสังคมและอารมณ์

การอ่านหนังสือที่เกี่ยวกับประสบการณ์ที่ยากลําบากหรือเครียด (หนังสือเด็ก เช่น เกี่ยวกับการไปโรงเรียน – ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ลูกต้องห่างพ่อแม่, การไปหาหมอฟัน) จะเป็นการเริ่มบทสนทนาเพื่อบรรเทาความกลัวของลูก ให้ลูกได้เห็นว่าความวิตกกังวลของลูกเป็นเรื่องปกติและสามารถแก้ไขได้

บทเรียนชีวิตผ่านหนังสือ

อย่างที่เรารู้ดีกันอยู่แล้วว่าการอ่านหนังสือคือการเปิดโลกกว้างให้กับเรา ซึ่งคำพูดนี้ไม่ได้ใช้เพียงแต่ผู้ใหญ่เท่านั้น เด็กก็เช่นเดียวกัน เมื่ออ่านหนังสือกับลูกเป็นการเปิดโอกาสให้ได้พูดคุยเกี่ยวกับเหตุการณ์ในหนังสือด้วยวิธีที่เหมาะสมที่ขึ้นอยู่กับอายุของลูก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับหนังสือที่อยู่ในกลุ่มอายุของลูกและสิ่งที่ทำในชีวิตประจําวันของลูก

เพิ่มคลังคําศัพท์ให้กับสมอง

อย่างที่เรากล่าวไว้ข้างต้นว่า สมองเด็กวัยเล็กก็เปรียบเสมือนดังฟองน้ำ ดังนั้นพฤติกรรมการอ่านที่ปลูกฝังมาตั้งแต่อายุยังน้อย เป็นพฤติกรรมที่เรียนรู้ตลอดชีวิต ช่วยเพิ่มคําศัพท์ใหม่ๆ ให้กับลูก ช่วยให้พวกเขาได้เข้าใจว่าจะใช้คําใดในบริบทที่แตกต่างกันอย่างไร หรือแม้แต่ในวัยเด็กเล็ก ก็สามารถเรียนรู้ชื่อวัตถุต่างๆ ผ่านรูปภาพ 

Trick : สําหรับการเรียนรู้ที่ดีที่สุด สิ่งสําคัญคือ อย่าให้คําใหม่มากเกินไปในครั้งเดียว ค่อยๆเพิ่มศัพท์ใหม่ไปเรื่อยๆ 

เพิ่มทักษะการฟัง

การฟัง การอ่านออกเสียง ในหนังสือ เป็นการช่วยทำความเข้าใจในระดับหนึ่งให้กับลูกได้ และความเข้าใจนี้ก็ขึ้นอยู่กับการให้ความสนใจของเขา – ซึ่งนั่นก็คือ ทักษะการฟัง

ผู้เชี่ยวชาญที่ Scholastic อธิบายว่าการฟังเป็นทักษะที่เด็กต้องได้รับก่อนที่พวกเขาจะสามารถอ่านหนังสือได้ตัวเอง และผู้เชี่ยวชาญยังแนะนําว่าหนังสือที่มีซีดีช่วยในบรรยายด้วยนั้นจะเป็นส่วนเสริมที่ดีเยี่ยมในการอ่านในอีกรูปแบบหนึ่งให้กับลูก เพราะเด็กจะได้ยินเสียงเพลงและการปรุงแต่งอื่นๆจากการบรรยาย ซึ่งเพิ่มอรรถรสในการฟังให้กับลูก

ช่วยเพิ่มทักษะการอ่านที่ดีขึ้น

นี่เป็นอีกหนึ่งในประโยชน์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ยิ่งเด็กคุ้นเคยกับคําจากการอ่านมากขึ้น ก็จะช่วยเพิ่มทักษะความเข้าใจของพวกเขาก็ยิ่งดีขึ้นเท่านั้น เมื่อเด็กอ่านและเห็นคําที่พวกเขาไม่เข้าใจนั้น มันเป็นเรื่องธรรมดาที่จะหยุดชะงัก ในช่วงเวลานี้ก็เป็นช่วงเวลาทองที่พ่อแม่จะเข้ามาช่วยในการแก้ปัญหา เช่นการสอนให้ลูกค้นหาคำในพจนานุกรม หรือพ่อแม่อธิบายคำนั้นๆให้ลูกฟัง การค้นหาคำตอบนี้จะเป็นการเพิ่มคําศัพท์ให้กับกและสามารถจดจําคําที่เจอมากขึ้นทุกครั้งที่อ่านหนังสือ

สร้างความจดจ่อและสมาธิให้กับลูกมากขึ้น 

การอ่านอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยเพิ่มความสามารถในการสร้างสมาธิให้กับลูก นอกจากนี้ยังจะช่วยเพิ่มการเรียนรู้ของลูกในห้องเรียน เพราะการที่จะนั่งนิ่งๆหรือฟังเป็นเวลานานนั้นเป็นเรื่องยากของเด็ก แต่หากทำอย่างสม่ำเสมอก็จะเป็นประโยชน์ต่อการเรียนของลูก

เสริมสร้างความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการที่สูงขึ้น 

การอ่านหนังสือขึ้นอยู่กับการใช้จินตนาการของเราในการจับภาพตัวละคร การมองเห็น และการจัดวางสภาพแวดล้อมของลูกและคาดเดาสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป ซึ่งลูกต้องใช้จินตนาการของเขาร่วมกับเนื้อหาในหนังสือ หากเป็นเรื่องราวที่เกี่ยวกับคนอื่น สถานที่ เหตุการณ์และเวลา ก็จะช่วยพัฒนาจินตนาการมากขึ้นนี้ และนําไปสู่ความคิดสร้างสรรค์ของลูก 

เอาล่ะค่ะ เรารู้ประโยชน์ที่จะได้จากการอ่านหนังสือกับลูกมาแล้ว แล้วจะเริ่มอย่างไรล่ะ วันนี้เรามีคำแนะนำมาบอกต่อค่ะ

เคล็ดลับการอ่านหนังสือกับลูก

เริ่มต้นการอ่านหนังสือกับลูกของคุณอย่างไร?

การอ่านออกเสียงเป็นกิจกรรมที่สนุกสนานที่ทั้งพ่อแม่และลูกได้ใช้เวลาเพลิดเพลินกัน ซึ่งผู้เชี่ยวชาญหลายท่านแนะนำว่ากิจกรรมการอ่านหนังสือ เป็นกิจกรรมที่ควรเติมเต็มและทำอย่างสม่ําเสมอทั้งที่โรงเรียนและที่บ้าน

เริ่มอ่านกับลูกอย่างไร?

หากคุณอ่านหนังสือกับลูกที่บ้าน คุณสามารถเสริมสิ่งที่ลูกเรียนรู้ในห้องเรียน ซึ่งจะช่วยลูกได้เยอะมากเพราะเป็นการอ่านแบบตัวต่อตัวไม่สามารถทำได้ในห้องเรียน (เนื่องจากจำนวนนักเรียน) หากต้องการอ่านหนังสือกับลูกให้ประสบความสําเร็จและมีประสิทธิภาพควรพิจารณาสิ่งต่อไปนี้:

เริ่มตั้งแต่สัยเด็ก

เพราะว่าการอ่านเป็นทักษะที่ซับซ้อน จึงเป็นการออกกำลังกายสมองอย่างดี มันช่วยฝึกสมาธิและช่วยให้เราโฟกัส แม้ในวัยเด็กเล็กก็สามารถดูรูปภาพและฟังเสียงอ่านจากพ่อแม่ที่อ่านออกเสียงให้ลูกของคุณฟังและชี้ไปที่รูปภาพบนหนังสือ โดยพูดชื่อของวัตถุที่ปรากฏและตัวอักษรที่มีอยู่บนหนังสือ สิ่งนี้จะช่วยให้ลูกเข้าใจแหล่งข้อมูล ถึง 2 แหล่งก็นั่นก็คือ: ความเข้าใจในวัตถุในโลกแห่งความเป็นจริง และความเข้าใจในภาษา

ทําให้เป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรประจําวัน

พยายามสร้างการอ่านกับลูกของคุณทุกวันจนเป็นกิจวัตรประจําวัน จนกว่าจะกลายเป็นนิสัย เหมือนเช่นกับการแปรงฟัน อย่างไรก็ตามพยายามอย่าท้อแท้หากคุณพลาดการอ่านไปวันสองวัน – แต่ต้องเรียกกิจวัตรประจําวันของคุณกลับมาให้เร็วที่สุด

กระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลง 

พยายามเปลี่ยนหนังสือที่อ่านให้ลูกของคุณบ้าง เพื่อเพิ่มการเรียนรู้ด้านวัฒนธรรม ตัวละครต่าง ๆ และช่วยให้จินตนาการของลูกได้เพิ่มพูนมากขึ้น

มีความอดทน 

บางครั้งเราก็ลืมได้ว่าเมื่อเราอายุเท่าลูก เราสามารถอ่านได้มากน้อยเพียงเท่าไหร่ ในฐานะผู้ใหญ่เราสามารถอ่านได้ง่าย แต่สำหรับเด็กนั้นกำลังอยู่ในช่วงของการสั่งสมคลังศัพท์ ดังนั้นในฐานะผู้ใหญ่เราต้องใช้เวลาและอดทนในการช่วยลูกอ่านหนังสือ

อภิปรายต่อ 

หลังจากที่คุณอ่านเรื่องราวให้ลูกฟังเสร็จแล้ว ก็ให้ตั้งคำถามต่อไป อาจจะเป็นคำถามง่ายๆว่า “สนุกกับเรื่องราวนี้หรือไม่” “ตัวละครไหนคือตัวละครที่ลูกชื่นชอบ?” หรือ “ทําไมถึงคิดว่าเจ้าชายถึงมีความสุขในตอนท้าย?” อย่างไรก็ตามหากลูกไม่ตอบ ก็อย่าไปกดดันลูกจนเกินไปนะคะ อาจจะใช้คำถามเชิงกระตุ้นความคิดมาช่วยและพยายามทำไปเรื่อยๆ เพียงแค่ลูกสนุกกับหนังสือ จะเป็นการพัฒนาความรักในการอ่านต่อไป

การอ่านหนังสือกับเพิ่มการพัฒนาสมอง

เคล็ดลับการอ่านหนังสือกับลูก

การใช้เวลาอ่านหนังสือให้ลูกฟัง มันเหมือนจะง่าย แต่บางครั้งก็อาจจะเกิดความกดดัน หากคุณต้องการให้ลูกตอบสนองจากเรื่องราว ซึ่งเด็กบางคนก็ไม่สามารถตอบได้  ซึ่งนั่นก็คือ คุณต้องมีความอดทน ซึ่งคุณอาจจะสงสัยว่าจะทําการอ่านนั้นให้สนุก ให้ลูกสนใจได้อย่างไร?

นี่คือเคล็ดลับ:

บรรยากาศ 

สร้างบรรยากาศในการอ่านสร้าง โดยจัดเป็นมุมหนังสือ ลูกสามารถหยิบเองได้ มีหนังสือหลากหลายแบบให้ลูกเลือกอ่านได้ และที่สำคัญควรเป็นที่ที่มีความสงบ

รักษาความคงเส้นคงวา 

พยายามให้การอ่านเป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรประจําวันของคุณ ในการอ่านแต่ละครั้ง ไม่จําเป็นต้องอ่านหนังสือที่เล่มใหม่ตลอดเวลาทุกครั้งที่อ่านกับลูก เพราะเด็กๆชอบฟังเรื่องราวเดียวกันซ้ำแล้วซ้ำอีก – และนี่ก็เป็นโอกาสที่ลูกสามารถเรียนรู้ผ่านการอ่านซ้ำ

ไม่ต้องรีบร้อน

พยายามให้เวลากับการอ่านในแต่ละหน้า ให้ความสนใจกับรายละเอียดของหนังสือ แต่หากวันไหนไม่มีเวลามากมายก็อาจจะมีบ้างที่ต้องอ่านแบบผ่านๆไปบ้าง แต่ก็ยังคงได้ใจความของหนังสือ อย่างไรก็ตามลูกของเราต้องควรคิดว่าการอ่านเป็นกิจกรรมเฉพาะและเป็นกิจกรรมที่คุณและลูกให้ความสนใจอย่างเต็มที่

ทําให้การอ่านสนุก 

ใช้น้ำเสียงที่แตกต่างกันสําหรับตัวละครแต่ละตัวในหนังสือ เพื่อทําให้เรื่องราวมีชีวิตชีวา การอ่านให้หนังสือมีชีวิตชีวาจะช่วยทำให้ลูกของคุณเข้าใจเรื่องราวได้ดีขึ้น หากมีอุปกรณ์ที่สามารถหาได้มาใช้ประกอบการอ่านนิทานให้ลูกฟังได้ ก็จะช่วยเพิ่มอรรถรสให้เรื่องราวนั้นๆน่าสนใจมากขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยกระตุ้นให้ลูกเกิดความอยากเริ่มอ่านหนังสือด้วยตัวเอง 

หรือใช้บรรยากาศในห้องสร้างความสนุกให้กับหนังสือ

สร้างบรรยากาศอ่านหนังสือกับลูก

ชี้ให้เห็นการเชื่อมโยงเรื่องราวกับชีวิตของลูก

เด็ก ๆ ชอบนําเรื่องราวมาประยุกต์ใช้กับชีวิตของพวกเขาเอง ซึ่งเป็นการช่วยให้ตัวหนังสือมีความหมายมากขึ้น ยังอาจช่วยให้ลูกของคุณรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เชื่อมโยงกับในชีวิตประจําวันของพวกเขาได้อีกด้วย เช่น ชวนให้ลูกอ่านป้าย เมนูอาหาร ฉลากบนผลิตภัณฑ์ เป็นต้น

แลกเปลี่ยนกัน

การแลกเปลี่ยนคําพูด เป็นประโยชน์ต่อลูก นอกจากนี้คุณยังสามารถดูรูปภาพและพูดคุยเกี่ยวกับสิ่งที่คุณเห็นหรือขอให้ลูกของคุณเป็นนักเล่าเรื่อง แม้แต่เด็กวัยที่ไม่สามารถอ่านหนังสือได้ พ่อแม่ก็สามารถให้ลูกบรรยายสิ่งที่ลูกเห็นจากภาพได้ ไม่ว่าอย่างไรก็ตามการที่ได้พูดคุยระหว่างคุณกับลูกเป็นโอกาสที่ดีเสมอ

สังเกตความชอบหรือสนใจของลูก

 เมื่อคุณรู้แล้วว่าลูกชอบสิ่งใดแล้วนำมาเชื่อมโยงเข้ากับการอ่าน โดยหาหนังสือที่มีเรื่องราวที่ลูกชอบมาอ่าน นอกจากความประทับใจแล้ว ยังช่วยสร้างแรงบันดาลใจในการอยากอ่านหนังสือให้กับลูกได้อีกด้วย

อ่านหนังสือกับลูก เพิ่มคลังคําศัพท์ให้กับสมอง

เทคนิคการเลือกหนังสือ

1. รูปภาพประกอบ สีสันสดใส และหลากหลาย

ควรเลือกหนังสือเป็นสิ่งสำคัญในการพัฒนาสมองด้วยการอ่านหนังสือให้ลูกฟัง ดังนั้นควรเลือกหนังสือที่มีรูปภาพประกอบ มีสีสันสดใส กระตุ้นประสาทสัมผัส เพื่อให้ลูกมีความสนใจ รู้สึกสนุกไปด้วย ซึ่งจะช่วยให้เขาให้เรียนรู้และเข้าใจเนื้อหาง่ายขึ้น

2. คำคล้องจองหรือบทเพลง

เลือกหนังสือและเนื้อหาที่มีคำคล้องจอง หรือบทเพลง เพราะจะช่วยให้การอ่านหนังสือให้ลูกฟังมีชีวิตชีวามากขึ้น ลูกจะสามารถพูด ร้อง เล่น เต้นตามได้

3. เสริมกิจกรรมร่วมกับหนังสือ

การแทรกกิจกรรมเข้าไปกับหนังสือ ก็จะช่วยให้การอ่านหนังสือมีชีวิตขึ้นมา และหากลูกยังเป็นเด็กเล็กอยู่ก็จะช่วยเพิ่มการจดจ่อกับหนังสือ เพราะเด็กบางคนอาจจะอยู่กับหนังสือได้เพียงชั่วครู่เท่านั้น

หนังสือเป็นตัวกลางมี่ดีที่ช่วยเปิดโอกาสในการพูดคุยบอกเล่าเรื่องราวและเชื่อมต่อกับลูกน้อยของคุณ

อย่าลืมว่าพ่อแม่คือบุคคลสำคัญ ที่มีอิทธิพลต่อลูก นอกจากเทคนิคต่างๆ แล้วการที่พ่อแม่ได้ทำให้เป็นแบบอย่าง “หนอนหนังสือ” ก็จะช่วยส่งผ่านไปถึงลูกได้ สร้างแรงจูงใจในการรักการอ่านให้ลูกได้ อ่านหนังสือกับลูก จึงเป็นส่วนสิ่งที่ดี และที่สำคัญหากลูกเริ่มอ่านหนังสือได้ด้วยตนเองแล้วนั้น อย่าลืมที่จะการสนับสนุนให้กำลังใจลูกบ้างนะคะ

ปลูกฝังให้ลูกอ่านหนังสือ

Resources ;

https://worldliteracyfoundation.org/7-benefits-of-early-reading/ 

https://www.highspeedtraining.co.uk/hub/why-is-reading-important-for-children/#:~:text=Based%20on%20what%20we%E2%80%99ve%20discussed%20above%2C%20here%20are,supported.%2010%20Their%20social%20skills%20and%20interaction%20improve

https://blogs.cornell.edu/ccesuffolkfhw/2015/02/27/benefits-of-reading-to-your-child/

บทความที่น่าสนใจ