ขายบ้านมือสองให้ได้ราคา ขายออกเร็ว ทำอย่างไรดี

ขายบ้านมือสองให้ได้ราคา

เมื่อเรามีสมาชิกในครอบครัวเพิ่มขึ้น หรือมีกำลังทรัพย์เพียงพอที่จะขยับขยายจากบ้านเดิม ให้ใหญ่ขึ้น เดินทางสะดวกมากขึ้น มีสาธารณูปโภคที่ดีขึ้น   คำถามต่อมา คือ เราจะทำอย่างไรกับบ้านหลังเดิมดีหล่ะ? นี่เป็นคำถามชวนปวดหัวเหมือนกันทีเดียว  เพราะไม่ใช่ว่าทุกคนจะมีความเชี่ยวชาญ หรือความรู้ในการขายบ้าน  บางคนกลัวขายไม่ได้ราคา เลยตัดสินใจเก็บไว้ดีกว่า หรือบางคนไม่รู้จะขายยังไง ช่องทางไหนดี  ทำให้บ้านไม่มีคนอยู่อาศัย สภาพบ้านก็จะยิ่งเสื่อมโทรมลงไป วันนี้เราลองมาหาทางออกเหล่านั้นกันดีกว่าค่ะ ขายบ้านมือสองให้ได้ราคา ทำอย่างไรดี?

บทความที่เกี่ยวข้อง

7 เทคนิค ขายบ้านมือสองให้ได้ราคา

1. เก็บกวาดบ้าน

ตัดแต่งต้นไม้ใบหญ้าที่รก ให้เป็นระเบียบ ให้ดูสะอาดตา เพื่อเป็นสิ่งจูงใจให้คนที่จะซื้อ จะได้มองเห็นภาพของบ้านชัดเจน และมองดูถึงอรรถประโยชน์ของการใช้พื้นที่ในบ้านอย่างครบถ้วน ว่าส่วนไหน ใช้ทำอะไร หรือจะจัดวางของพอไหม หากซื้อไปจะจัดการอย่างไรดี  เป็นการช่วยให้คนซื้อพอจะจินตนาการภาพออกได้

2.เพิ่มมูลค่าของบ้าน

ขายบ้านมือสองให้ได้ราคา Renovate

ขายบ้านมือสองให้ได้ราคา ซ่อมแซม

ด้วยการปรับปรุงซ่อมแซม โดยเราอาจจะซ่อมแซมบางส่วนในส่วนที่เสียหาย เช่น ประตูพัง เพดานรั่ว การทาสีบ้านใหม่ก็มีผลต่อการขาย เพราะจะทำให้ผู้จะซื้อรู้สึกว่า ได้บ้านหลังใหม่ หรือบางคนพอจะมีงบประมาณในการซ่อมแซม ก็เลือกที่จะ Renovate บ้านทั้งหลัง  เพื่อเพิ่มโอกาสในการขายได้มากทีเดียว เพราะแน่นอนการว่าปรับปรุงซ่อมแซมนั้น จะช่วยลบภาพบ้านที่โทรม และเก่า ลงไปได้ อีกทั้งยังมีการปรับเปลี่ยนสี หรืออุปกรณ์ภายใน ให้ดูทันสมัย การเลือกใช้วัสดุที่ทำให้ประหยัดไฟก็มีผลเช่นกัน  และอาจจะช่วยเพิ่มมูลค่าของบ้านได้มากกว่าเงินที่ลงทุนไป

3. ถ่ายรูปบ้านให้สวยงาม 

ถ่ายรูปบ้านให้สวย ลงเว็บไซต์

ขายบ้านมือสองให้ได้ราคา สร้างแรงจูงใจ

ขายบ้านมือสองให้ได้ราคา เร็ว

 

การถ่ายรูปย่อมมีผลอย่างชัดเจน เราจะต้องสร้างความประดับใจแรกเห็น สร้างแรงจูงใจ สร้างจุดสนใจในการขาย  โดยเราต้องเลือกถ่ายหลายๆมุม เช่น การถ่ายหน้าบ้าน ให้เห็นบ้านทั้งหลัง  การถ่ายภาพในบ้าน ให้เห็นถึงความกว้าง ลึกของตัวบ้าน ถ่ายจุดเด่นของบ้านที่แตกต่างจากบ้านหลังอื่น เช่น วิวจากระเบียง วิวห้องนอน เป็นต้น  จากนั้นก็นำรูปมาตกแต่ง แต่อย่าให้เกินจริง เพื่อจะนำมาเลือกใช้ในส่วนต่อไป

4. ลงเว็บไซต์ หรือลงประกาศต่างๆ

แน่นอนว่าในยุคปัจจุบัน การเข้าถึงข้อมูลนั้นค่อนข้างง่าย เพียงแค่ปลายนิ้วเท่านั้น โดยเราลงข้อความ รายละเอียดให้ครบถ้วน จำนวนเนื้อที่ของบ้าน จำนวนห้องนอน ห้องน้ำ ที่ตั้งของบ้านต้องชัดเจน เพราะคนซื้ออาจจะไปดูทำเลก่อนก็เป็นได้  รวมไปถึงการติดป้ายประกาศหน้าบ้าน เผื่อใครผ่านไปผ่านมา จะได้สามารถติดต่อสอบถามได้ ซึ่งปัจจุบันได้มีเว็บไซต์มากมากที่เป็นช่องทางในการขาย มีทั้งรูปแบบที่เสียค่าใช้จ่าย และฟรี

5. การใช้บริการ Agency

Agency หรือตัวแทนขายบ้าน ถือเป็นอีกตัวช่วยหนึ่งที่เพิ่มช่องทางในการขาย เพราะ Agency จะมีฐานลูกค้าที่ต้องการซื้อบ้าน และมีความเชี่ยวชาญกับตลาดบ้านมือสอง ทำให้การขายบ้านเร็วขึ้น และลดความยุ่งยากในการดำเนินการของเจ้าของบ้าน  มีความเป็นมืออาชีพ รู้ว่าแต่ละคนต้องการอะไร แต่นั่นต้องแลกกับผลตอบแทนที่เราจะต้องจ่ายไปเช่นกัน

6. การตั้งราคา

ส่วนที่สำคัญที่สุด คือ การตั้งราคา ต้องตั้งราคาให้สมเหตุสมผล กับขนาดของบ้าน ทำเล และลักษณะของบ้าน โดยต้องคำนึงถึงราคาตลาดบริเวณใกล้เคียงด้วย เพราะหากเราตั้งราคาแพงจนเกินไป คนซื้อก็จะหันไปซื้อบ้านหลังอื่น พึงระลึกไว้เสมอว่า ลูกค้าย่อมมีทางเลือกในการซื้อ

ประกัน SCB กู้เงิน

7. การรักษาคำพูด

ที่ต้องกล่าวถึงเรื่องนี้ นั่นเพราะ กว่าจะถึงขั้นตอนการตัดสินใจซื้อนั้น ต้องผ่านการพิจารณาของทั้งคนซื้อและคนขายมาแล้วหลายข้อด้วยกัน และการซื้อบ้านสักหลังหนึ่ง เป็นการตัดสินใจครั้งใหญ่ของบางคน หากเราตกลงทำการซื้อขายกันแล้ว ก็ต้องรักษาคำพูด คำไหนคำนั้น วิธีที่ดีที่สุด คือ ทำสัญญาจะซื้อจะขาย และการวางเงินมัดจำก่อนการโอนกรรมสิทธิ์ เพื่อเป็นข้อตกลงกันไว้ จะได้ไม่เสียเปรียบทั้งคนซื้อและคนขาย โดยสัญญาจะต้องมีความชัดเจนของราคา และเงื่อนไขในการซื้อขายด้วย

จะเห็นได้ว่า การจะขายบ้านมือสองนั้น จะพูดว่าง่ายก็ง่าย จะยุ่งยากก็ไม่เชิง เพราะรายละเอียดค่อนข้างมาก  เป็นของที่คนซื้อจะใช้เวลาในการตัดสินใจนาน เนื่องจากเป็นของชิ้นใหญ่ แต่หากว่าบ้านที่เราขายนั้นสามารถนำไปทำประโยชน์ได้มากกว่าการอยู่อาศัย เช่น บ้านอยู่ทำเลที่ดี สามารถซื้อเพื่อปล่อยเช่า หรือลงทุนทำกิจการได้ นั่นก็เป็นอีกเหตุผลนึงที่จะทำให้ราคาสูงกว่าปกติ และขายได้เร็วขึ้น

บทความที่น่าสนใจ