ต้องทำอย่างไรเมื่อฉันป่วยและอยู่บนเครื่องบิน

ต้องทำอย่างไรเมื่อฉันป่วยและอยู่บนเครื่องบิน

คุณพระคุณเจ้าช่วยลูกด้วย เหตุการณ์ไม่คาดฝันสำหรับเราทุกคนอาจจะเกิดขึ้นได้เสมอในทุกๆที่ แม้กระทั้งบนเครื่องบินก็ตาม บางคนอาจจะเจอกับตอนจบที่สวยงาม และบางคนก็คงเจอกับตอนจบที่ไม่สวยงามสักเท่าไหร่ แต่สำหรับฉันนั้นยังถือเป็นตอนจบที่สวยงาม เพราะได้มีโอกาสมาเขียนให้อ่านกันค่ะ 

ณ สนามบินนานาชาติฮ่องกง

ฉัน : เบียร์ พี่ไม่สบายมากอ่ะ  หายใจไม่ออก ตอนนี้อยู่ที่สนามบินฮ่องกง กำลังขึ้นเครื่องกลับไทย ช่วยให้ใครมารับพี่หน่อยได้ไหม พี่ว่าพี่ยังทนได้อีกพักใหญ่เลย

คุณน้อง : วันนี้ผมอยู่เวรพี่ เดี๋ยวผมไปรับพี่หน้า Gate แล้ว พาพี่ออกเลย

ฉัน : Thank you na เดี๋ยวเจอกัน

ถือเป็นความโชคดีที่ฉันลงมาจากเครื่องบินได้ทันเวลา และได้รับความอนุเคราะห์จากเจ้าหน้าที่บนเครื่องบิน และเจ้าหน้าที่ที่สนามบิน รีบพาออกจากสนามบินไปโรงพยาบาลได้ทันเวลา ด้วยโรคประจำตัวคือ หอบหืด นั่นเอง

บทความที่เกี่ยวข้อง

ตลอดระยะเวลาบนเครื่องบิน เกือบ 4 ชั่วโมงมันช่างทรมานมาก คุณแม่คอยบีบมือให้คลาย เนื่องจากมือจีบ ซึ่งเป็นอาการของคนเป็นโรคหอบหืด ที่จะมีอาการเกร็ง เมื่อเราหายใจไม่ออก ต้องคอยพ่นยาเรื่อยๆ เพื่อประคองตัวเอง ให้หายใจและรอดพ้นจากวิกฤติ แม่แจ้งลูกเรือว่าลูกไม่สบาย จะต้องรีบออกจากเครื่องโดยเร็ว ลูกเรือทราบและช่วยอำนวยความสะดวกเต็มที่ 

สาเหตุหลักๆ ของอาการครั้งนี้ คือ ที่ฮ่องกงคนสูบบุหรี่กันเยอะมาก สูบทุกที่  และเนื่องด้วยฉันมีโรคประจำตัวอยู่แล้ว ทำให้ไม่สามารถต้านทานไหว อาการจึงกำเริบขึ้นมา

ในทางกลับกัน ถ้าวันนั้นหากอาการกำเริบแบบนี้ และฉันทนไม่ได้ล่ะ เรามาดูกันว่าเวลาป่วยบนเครื่องบินต้องทำอย่างไร และมีอะไรที่เราควรจะรู้บ้าง  เช่น ถ้าหากเป็นไข้ ตัวร้อน บนเครื่องบิน คุณจะไปขอพาราลูกเรือสัก 2 เม็ด ก็ไม่สามารถให้ได้ ทางที่คุณควรเตรียมยาเล็กๆน้อยไปเอง ถ้ารู้ว่าเป็นคนไม่แข็งแรง  เนื่องจากตามกฏขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (International Civil Aviation Organization: ICAO) นั้น ลูกเรือไม่สามารถแจกยาอะไรได้เลย 

คุณคงสงสัยว่าบนเครื่องบินมีกระเป๋าปฐมพยาบาลหรือไม่ แล้วทำไมจะไม่มียาสามัญพื้นฐานล่ะ คำตอบคือ มีกระเป๋าปฐมพยาบาล (First Aid Kit) และมีกระเป๋าสำหรับแพทย์  (Emergency Medical Kit) ซึ่งลูกเรือไม่สามารถเปิดได้ ถ้าไม่มีแพทย์ หรือ บุคลากรทางการแพทย์อยู่ด้วย ดังนั้นลูกเรือจึงสามารถเปิดได้แค่กระเป๋าปฐมพยาบาล

กระเป๋าปฐมพยาบาล

กระเป๋าปฐมพยาบาลจะมีจำนวนจำกัด หากผู้โดยสารจำนวน 0 – 50 คน 1 ชุด และจะเพิ่มทุกๆ 100 คนขึ้นไปอีก 1 กระเป๋า (51 – 151 คน 2 ชุด) ส่วนกระเป๋าสำหรับแพทย์ก็จะมีต่อเมื่อบรรทุกผู้โดยสารเกิน 250 คนขึ้นไป (อ้างอิงจาก ข้อบังคับของคณะกรรมการการบินพลเรือน ฉบับที่ 76)  แล้วข้างในกระเป๋ามีอะไรบ้าง

  • Antiseptic swabs (10/pack) แผ่นฆ่าเชื้อ คล้าย แอลกอฮอล์แผ่น
  • Bandage: adhesive strips พลาสเตอร์พันแผล
  • Bandage: gauze 7.5 cm × 4.5 m ผ้าก๊อซพันแผล
  • Bandage: triangular; safety pins ผ้าสามเหลี่ยมสำหรับช่วยพยุงแขนหัก พร้อมเข็มกลัด
  • Dressing: burn 10 cm × 10 cm แผ่นปิดบาดแผล
  • Dressing: compress, sterile 7.5 cm × 12 cm แผ่นปิดบาดแผลสำหรับห้ามเลือด
  • Dressing: gauze, sterile 10.4 cm × 10.4 cm แผ่นปิดบาดแผลที่เป็นก๊อซ
  • Tape: adhesive 2.5 cm (roll) เทปพันแผล
  • Steri-strips (or equivalent adhesive strip) แผ่นปิดแผลสำหรับรอยแยก
  • Hand cleanser or cleansing towelettes เจลล้างมือ
  • Pad with shield, or tape, for eye ฝาครอบตา
  • Scissors: 10 cm (if allowed by national regulations) กรรไกร
  • Tape: Adhesive, surgical 1.2 cm × 4.6 m เทปพันแผลสำหรับการผ่าตัด
  • Tweezers: splinter แหนบ
  • Disposable gloves (multiple pairs) ถุงมือ
  • Thermometers (non-mercury) เครื่องวัดอุณหภูมิที่ไม่มีสารปรอท
  • Mouth-to-mouth resuscitation mask with one-way valve หน้ากากช่วยหายใจ 
  • First-aid manual, current edition คู่มือการปฐมพยาบาล ฉบับล่าสุด
  • Incident record form แบบรายงานการเกิดอุบัติเหตุ

จากรายการดังกล่าวก็จะเห็นได้ว่า ไม่มียาเลย เพราะฉะนั้นหากคุณจะไปขอยาดม ยาหม่อง สายการบินคงไม่มีให้ แต่อาจจะมีแอมโมเนียเท่านั้น เพราะเราไม่อาจทราบได้ว่าใครจะแพ้การบูร พิมเสน หรือ ตัวยาอะไรเป็นพิเศษหรือ เปล่า ก็ใช้ให้เหมือนในโรงพยาบาลกันดีกว่า

 แต่หากรู้สึกถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้นว่าร่างกายไม่สามารถทนไหว ก็กดปุ่มเรียกลูกเรือเข้ามาช่วยดีกว่า ซึ่งหากใครมีโรคประจำตัวอยู่ ก็ต้องเตรียมยาให้พร้อม เพราะเราไม่รู้ว่าจะมีอะไรหรือเหตุการณ์ใดเกิดขึ้นกับเราได้บ้าง ในคราวหน้าจะมาอธิบายถึงขั้นตอนของการขอความช่วยเหลือผู้โดยสารในสนามบินนะคะ

Resource :

(https://www.icao.int/MID/Documents/2013/capscamid3/ICAOHealthRelatedSARPsandguidelines.pdf)

บทความที่น่าสนใจ