นางฟ้าไทย บทประพันธ์ของคุณครู พยงค์มุกดา ได้บรรยายถึงความงามของสตรีไทยไว้อย่างชัดเจน

นางฟ้าไทย

เนื้อเพลง นางฟ้าไทย  เป็นบทประพันธ์ของคุณครู พยงค์มุกดา ซึ่งได้มอบให้คุณชินกร ไกรลาส เป็นผู้ขับร้อง โดยได้บรรยายถึงความงามของสตรีไทย 

พยงค์  มุกดา  ผู้แต่ง      

ชินกร ไกรลาศ   ขับร้อง 

 

งามเอ๋ย…งาม….

งามเอ๋ย…งามสรรพ

งามจับจิต งามผาด..งามพิศ

เกินกว่า เอ่อเออ….ใคร

งามเอวองค์อกอุ่น ละมุนละไม

งามอาภรณ์ภูษาไทย

จับใจจับตา อาภา..พรรณ

งามเหมือนดั่งนางหงส์

งามเอวองค์ทรงพิไรพิลาป

ยามเยื้องกรายนวยนาด

มวลเหมราชหรือจะเทียมทัน

โฉมกัลยา

โสภาสง่างามเช่น เพ็ญจันทร์

แต่งภูษาไทย ไฉไลลาวัลย์

ดุจนางจากสวรรค์นั้นจำแลงแปลงมา

ดังไม้ดอกเบ่งบาน

แลละลานไปทุกก้านทุกกิ่ง

งามหญิงไทยงามพริ้ง

สมเกียรติแห่งหญิงบูรพา

มุขดามณีเพชรงามอร่ามรูจี..กาญจนา

อีกทองและเงินยังไม่สูงเกินกว่า

เบื้องบาทนางฟ้า

โสมยุพาหญิงไทย

บทความที่เกี่ยวข้อง

ซึ่งเมื่อได้ฟังเนื้อเพลงแล้วทำให้เกิดจินตนาการถึงภาพความงามของสตรีไทยที่ผู้ประพันธ์ได้มโนภาพไว้  จนผมต้องพยายามค้นคว้าหาเนื้อร้องและนำมาอ่านดังที่ได้บรรยายไว้ข้างต้น

เมื่อได้อ่านทุกบททุกตอนแล้ว  ทำให้เห็นสุนทรีย์ของคำประพันธ์ ที่คุณพยงค์ มุกดาได้พยายามบรรยายเอาไว้  และก่อให้เกิดความอยากรู้อยากเห็น  อยากรู้ถึงความหมายของทุกถ้อยคำที่ผู้ประพันธ์ได้บรรยายไว้  ซึ่งผมยอมรับว่าเมื่ออ่านเนื้อเพลงทั้งหมดแล้ว  มีหลายคำที่ผมไม่เข้าใจถ่องแท้หรือรู้ซึ้งถึงความหมายอย่างชัดเจน  และคิดว่าถ้าได้รู้ความหมายอย่างถ่องแท้ลึกซึ้งแล้วจะได้ซาบซึ้งถึงบทประพันธ์ด้วย  และภาพของสตรีไทยผู้นั้นคงแจ่มชัดขึ้น

จากบทเพลงดังกล่าว  เริ่มต้นด้วยความงามโดยทั่วไป

งามเอ๋ย  งาม…

งามเอ๋ย   งามสรรพ

งามจับจิต   งามผาด   งามพิศ

เกินกว่า   เอ่อเอย   ใคร

เฉพาะท่อนแรกนี้  แสดงให้เห็นความงามของสตรีผู้นั้นโดยรวม  คำว่างามสรรพ  ก็คืองามไปทุกสิ่ง  งามทั้งหมดทั้งปวง  รวมทั้งหมด    งามผาด  คือ  งามเมื่อมองผาด  คือมองดูห่าง ๆ มองดูเผิน ๆ   ส่วน งามพิศ  ก็คือการมองเพ่งดู  มองอย่างพิจารณาให้รอบคอบ  หรือพิจาณาอย่างถี่ถ้วน   อ่านเพียงแค่นี้ก็แสดงว่านางผู้นี้มีความงามอย่างแน่นอน  และงามกว่าใคร ๆ

ต่อมาเมื่อพิจารณาแต่ละส่วนของร่ายกาย  จะเห็นได้ว่า

งามเอวองค์   อกอุ่น   ละมุนละไม

งามอาภรณ์   ภูษาไทย

จับใจจับตา   อาภาพรรณ

งามเอวองค์   ทรงพิไลพิลาป

งามเอวองค์  แสดงว่าสตรีผู้นี้ต้องมีเอวเล็ก  เพราะหากมีเอวใหญ่หรือมีพุง คงดูไม่งาม หรือไม่งามเอวองค์  หรืออาจจะเอวคอด   ส่วนอกอุ่น   ละมุนละไม คำว่าอุ่น  แปลว่า  ทำให้ร้อน  แต่ในที่นี้คงมิได้หมายความถึงการที่มองเห็นอกทำให้เกิดความร้อนระอุ   แต่ต้องอ่านต่อไป  เป็นว่า อกอุ่น ละมุนละไม  เนื่องจากคำว่าละมุนละไม  แปลว่า  อ่อนนุ่มพอดี  เรียบร้อย  นุ่มนวล  (ถ้าใช้กับการหุงข้าว ก็จะแปลว่า  หุงแล้วข้าวไม่สวยเกินไปและไม่เละ เช่น  หุงข้าวได้ละมุนละไม)  และเมื่ออ่านรวมกันจึงน่าจะต้องแปลว่า  อกดูนุ่มนวล  ส่วนเอวนั้นเล่า  ก็งามเอวองค์ทรงพิไรพิลาป  ก็คือมีทรงที่งดงามอย่างที่ทุกคนจะต้องเพ้อฝัน  เนื่องจาก พิไร แปลว่ารำพัน พร่ำว่า  ส่วนพิลาป  แปลว่า  ร่ำไร  รำพัน  คร่ำครวญ  บ่นเพ้อ  นั่นเอง

เมื่อรูปสวยแล้ว  กิริยาการเดินก็ต้องสดสวยเช่นกัน

ยามเยื้องกราย   นวยนาด

มวลเหมราชหรือจะเทียมทัน

โฉมกัลยา

โสภาสง่างามเช่น  เพ็ญจันทร์

ก็คือการเดินเหินนั่นก็งามสง่าจนแม้แต่หงส์ทั้งหลายที่ว่างามสง่าก็ไม่อาจเทียมทัน (หงส์เหมราช)  การเดินนวยนาด คือการเดินกรีดกราย หรือเยื้องกราย  แต่ปัจจุบันคำว่านวยนาดอาจถูกนำมาใช้ในทางลบ  เช่น “อย่ามัวแต่นวยนาด  จะทำอะไรก็ให้รีบทำ”  นางผู้เฉิดโฉม  มีความงามสง่าดุจดวงจันทร์วันเพ็ญ   โฉม  หมายถึง  รูปร่าง  ทรวดทรง  เช่นโฉมงาม โฉมฉาย  โฉมตรู   ส่วน  กัลยา  หมายถึง  นางงาม  บาแห่งอาจใช้คำว่า กัลยาณี

แต่งภูษาไทย ไฉไลลาวัลย์

ดุจนางจากสวรรค์นั้นจำแลงแปลงมา

ดังไม้ดอกเบ่งบาน

แลละลานไปทุกก้านทุกกิ่ง

ยามเมื่อหล่อนแต่งด้วยชุดไทยแล้ว  ก็จะ ไฉไล  (งาม)  ลาวัลย์  (ความงาม,  ความน่ารัก)   งามเหมือนหญิงตะวันออก (บูรพา  อาจแปลว่า เบื้องหน้าก็ได้)

งามหญิงไทยงามพริ้ง

สมเกียรติแห่งหญิงบูรพา

มุขดามณีเพชรงามอร่ามรูจี..กาญจนา

อีกทองและเงินยังไม่สูงเกินกว่า

เบื้องบาทนางฟ้า

โสมยุพาหญิงไทย

ความงามของนางเปรียบประดุจไข่มุก  เพชรหรือทอง  ที่สว่างไสวแวววาว  และรุ่งเรือง  (อร่าม  หมายถึง  แพรวพราว, สว่างไสว ส่วน  รูจี หรือ รุจี  แปลว่า  แสง, ความรุ่งเรือง, ความงาม,  ความชอบใจ)   ทั้งทองก็ยังไม่สูงเกินกว่าเบื้องบาท (เท้า) ของนางฟ้า

เมื่อฟังเพลง “นางฟ้าไทย”  กันแล้ว  เรามาพิจารณาว่า  กวีทั้งหลายท่านได้พรรณาความงามของนางในวรรณคดีกันไว้อย่างไรบ้าง  ดังนี้ครับ

นางบุษบา

(นางในวรรณคดีเรื่องอิเหนา)

นางบุษบา วรรณคดีเรื่องอิเหนา

ดวงเอยดวงยิหวา งามอย่างนางฟ้ากระยาหงัน

นวลละอองผ่องพักตร์ผิวพรรณ ดั่งบุหลันทรงกรมหมดมลทิน

งามเนตรดั่งเนตรมฤคมาศ งามขนงวงวาดดั่งคันศิลป์

อรชรอ้อนแอ้นดังกินริน งามสิ้นทุกสิ่งพริ้งพร้อม


พักตร์น้องละอองนวลเปล่งปลั่ง ดังดวงจันทร์วันเพ็งประไพศรี
อรชรอ้อนแอ้นทั้งอินทรีย์   ดังกินรีลงสรงคงคาลัย

งามจริงพริ้งพร้องทั้งสารพางค์ ไม่ขัดขวางเสียทรงที่ตรงไหน
พิศพลางปฏิพัทธ์กำหนัดใน จะใคร่ไปโอบอุ้มองค์มา

 

นางศกุนตลา

(นางจากวรรณคดีเรื่อง ศกุนตลา)

นางศกุนตลา นางฟ้าไทย

 

นี่ฤาบุตรีพระดาบส งามหมดหาใครจะเปรียบได้

อนิจจาบิดาท่านแสร้งใช้ มาคดต้นไม้พรวนดิน
ดูผิวสินวลละอองอ่อน มะลิซ้อนดูดำไปหมดสิ้น
สองเนตรงามกว่ามฤคิน นางนี้เป็นปิ่นโลกา
งามโอษฐ์ดังใบไม้อ่อน งามกรดังลายเลขา
งามรูปเลอสรรขวัญฟ้า งามยิ่งบุปผาเบ่งบาน

ควรหรือมานุ่งครกรอง ควรแต่เครื่องทองใบศาล

คงแต่เป็นยอดนางครวญ คู่ผู้ผ่านไผท


นางละเวงวัณฬา

(จากวรรณคดีเรื่อง พระอภัยมณี)

นางละเวงวัณฬา นางฟ้าไทย
เห็นโฉมยงองค์ละเวงวัณฬาราช สถิตอาสน์อำไพวิไลโฉม
ดังดวงเดือนเคลื่อนคล้อยลอยโพยม   งามประโลมลืมองค์หลงตะลึง
เหมือนรูปร่างช่างเขียนไม่เพี้ยนผิด           ทศทิศธาตรีไม่มีถึง
พระกรอ่อนละม่อมเหมือนกล่อมกลึง       นิ้วดั่งหนึ่งลำเทียนเจียนประจง

 

งามเสลี่ยมเอี่ยมอิ่มดูพริ้มพักตร์ พระเกศปักปิ่นทองใส่ช้องผม
นิ้วนิดนิดชิดแช่มแฉล้มกมล แต่ทรวงห่มส่วนพันนั่งหลับตา

นวลละอองสองแก้มเหมือนแย้มยิ้ม ดูจิ้มลิ้มหลงเสนห์ในเลขา

พระโอษฐ์อิ่มพริ้มพรายชม้ายมา พอปะหน้าเต็มรัก็ยักคิ้ว

แล้วลืมองค์ทรงกระแอมแล้วแย้มเยือน แม่งามเหมือนเดือนเพ็งราวเปล่ง

 

นางลำหับ

(นางจากวรรณคดีเรื่อง เงาะป่า)

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรง พระราชนิพนธ์เมื่อ พ.ศ.2449 

นางลำหับ

โฉมลำหับกัลยา  โสภาพริ้งพร้อมละม่อมละไม
พิศพักตร์เพียงประยงเมื่อทรงกลด   ลออหมดมิได้มีรอยฝีไฝ
เนตรคมขำดำดังเซดสลักใจ  แลวิไลปากหูดูติดตา
เรือนผมกลมขมวดเสมอสม่ำ เส้นอ่อนดำดูอร่ามงามนักหนา
กรกายคล้ายนางกินรา นขาฝ่าแดงดังแกล้งย้อม

อุระรัดครัดเคร่งตูมเต่งตั้ง ตะโพกผายพอกำลังไม่อ้วนผอม

ลำขาบาทาก็เรียวพร้อม งามละม่อมประมวลสิ้นทั้งอินทรีย์

พระเพื่อนพระแพง

(นางจากวรรณคดีเรื่อง ลิลิตพระลอ)

ไม่ปรากฏหลักการหรือข้อความระบุที่ชัดเจนว่าใครเป็นผู้แต่งและแต่งเมื่อปี พ.ศ.ใด

พระเพื่อนพระแพง ลิลิตพระลอ

 

บัดนี้มีสองกัลยา ลักษณาเลิศล้ำในต่ำใต้

ทรงโฉมปะโลมละลานใจ บุตรีไท้องค์พระพิษณุกร

อายุเยาวเรศเจริญศรี พระเพื่อนพี่แพงน้องสองสมร

งามทรงวามองค์อรชร ดังอัปสรนางฟ้าลงมาเอย


ไม่สูงต่ำดำขาวพีผอม  พริ้งพร้อมสรรพางค์ดังนางหงส์
อรชรอ้อนแอ้นเอวองค์ วงพักตร์โฉมยงดังวงเดือน
พิศพี่ก็ไม่มีเสมอสอง  พิศน้องก็ไม่มีเสมอเหมือน
ขนงเนตรเกศแก้มแย้มเยื้อน เหมือนจะเตือนให้ต้องตาชาย

 

พระกรรณเทียบเปรียบกลีบบุษบง นาสิกทรงวงขอวิเชียรฉาย

ดำเนินเดินทอดระทวยกาย กรกราบคล้ายงวงเอราวัณ

โอษฐ์บางอย่างสีลิ้นจีจิ้ม งามพริ้มเพราะคมสัน

เกศดำระยับขลับเป็นมัน ทนต์มันเปรียบสีมณีนิล

สองถันสันทัดสัตตมนุษย์ ผึ่งผุดพันท่าชลาสินธุ์

ขึ้นบังใบใสสดหมดมลทิน ภุมรินยังมิได้ใกล้เคียง

 
เสียงฦๅเสียงเล่าอ้าง อันใด พี่เอย
เสียงย่อมยอยศใคร ทั่วหล้า
สองเขือพี่หลับใหล ลืมตื่น ฤๅพี่
สองพี่คิดเองอ้า อย่าได้ถามเผือฯ
 

 

นางรจนา

(จากวรรณคดีเรื่อง สังข์ทอง)

แต่งโดย  ท่านสุนทรภู่

นางรจนา นางฟ้าไทย

พิศโฉมพระธิดาวิลาวัณย์ ผุดผาดผิวพรรณดังดวงเดือน

งามละม่อมพร้อมสิ้นทั้งอินทรีย์ นางในธรณีมิมีเหมือน
แสร้งทำแลเสี่ยงบิดเบือน ให้ฟั่นเฟือนเตือนจิตคิดปอง

นางเงือก

(จากวรรณคดีเรื่อง พระอภัยมณี)

นางเงือก วรรณคดีเรื่อง พระอภัยมณี

พงศ์กษัตริย์ทัศนานางเงือกน้อย ดูแช่มช้อยโฉมเฉลาทั้งเผ้าผม

ประไพพักตร์ลักษณ์ล้ำล้วนขำคม ทั้งเนือนมนวยเปล่งออกเต่งทรวง

ขนงเนตรเกศกรอ่อนสะอาด ดังสุรางค์นางนาฏในวังหลวง

พระเพลินพิศคิดหมายเสียดายดวง แล้วหนักหน่วงนึกที่จะหนีไป

 

จากบทเพลง นางฟ้าไทย และบทกวีชมนาง ดังที่กล่าวมาข้างต้น จะเห็นได้ว่า  คำในภาษาไทยเรามีหลายคำที่หมายถึง ความงามความสวย  ส่วนคุณจะชอบหรือมีสาวงามแบบไหน  หรือ คนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ คุณจะสวยขนาดไหนนั้นก็สุดแต่จะจินตนาการเอาเองนะครับ   ส่วนคนสวยของผมหน้าตาดังภาพต่อไปนี้ครับ

ญาญ่า นางฟ้าไทย

เดมี่ มัวร์

รูปจาก https://newmovieposters.blogspot.com/2012/01/demi-moore-ghost-1990-photo-gallery.html

บทความที่น่าสนใจ