น่าน … 3 วัน 2 คืน ที่ไม่เนิบอย่างที่คิด

เที่ยว น่าน

เที่ยวไหนดี ? น่าน ไง … 

น่าน เมืองเล็กๆ  ที่ผสมผสานความเข้ากันของสถานที่ ความเป็นอยู่และวัฒนธรรมทางเหนือได้อย่างลงตัว ยิ่งในช่วงปลายฝนต้นหนาวแล้ว คงไม่มีใครปฎิเสธได้ว่า น่าน เป็นหนึ่งใน Choice ที่ดีสำหรับการมาพักผ่อน ในช่วง 3 วัน 2 คืน อีกทั้งมีสนามบินรองรับการเดินทางจากกทม. ที่ใช้เวลาบินเพียงแค่ 1 ชั่วโมงเท่านั้น เนื่องจากในเมืองน่านไม่ใหญ่มาก เราเลยเลือกจะเดินทางไปยังรอบนอกของเมืองก่อน แล้วค่อยกลับเข้ามาเที่ยวชมตัวเมืองในวันสุดท้าย

Day1 น่าน

เราถึงสนามบินน่านกันในช่วงเช้า และใช้บริการรถเช่าที่ติดต่อล่วงหน้าไว้ (ช่วงปลายฝนต้นหนาวคือช่วงพีคมาก แนะนำให้จองทุกยากไว้แต่เนิ่นๆ)  จากนั้นหาอาหารมื้อหลักทานกันก่อนเลยแนะนำร้านอร่อย คงหนีไม่พ้นร้านวันดา เป็นร้านข้าวแกงที่คนน่านต้องรู้จักแน่นอน เมนูเด็ดของร้านนี้จะเป็นข้าวซอย และขนมจีนน้ำเงี้ยว  แต่สิ่งที่อยากให้ลอง ซึ่งเป็นเมนูพิเศษของทางร้านอีกอย่างคือ ข้าวกั๋นจิ้น เป็นอาหารพื้นเมืองของทางภาคเหนือ ทำมาจากเลือดหมู คลุกกับข้าวสวย แล้วนำไปนึ่ง กินแกล้มกับกากหมูเจียว กระเทียม และผักชี หรืออาจจะทานคู่กับน้ำเงี้ยวก็อร่อยเช่นกัน   เดอะวิว@กิ่วม่วง ข้าวกั๋นจิ้น   จากนั้นตรงดิ่งไปที่ 

เดอะวิว@กิ่วม่วง 

เป็นคาเฟ่ดังในอำเภอสันติสุขที่ตั้งอยู่ริมถนน ระหว่างทางไปอำเภอบ่อเกลือ  ระยะทางที่เราชับไปนั้น 25 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที  บรรยากาศเขียวชอุ่ม เหมาะกับเป็นที่พักรถได้ เมนูที่อยากให้ลองเป็นอโวคาโดปั่น อร่อยละมุนลิ้น      ถนนลอยฟ้า โค้งเลข 3 ระหว่างทางได้พบกับจุด Unseen ใหม่ของจังหวัดน่าน

ถนนลอยฟ้า โค้งเลข 3

ระหว่างทางได้พบกับจุด Unseen ใหม่ของจังหวัดน่าน “โค้งเลข 3” อยู่บนเส้นทาง สันติสุข – บ่อเกลือ ถนนหมายเลข 1081 ช่วงหลักกิโลเมตรที่ 38-39  โดยโค้งมีระยะทางประมาณ 300 เมตร จะมีจุดให้แวะถ่ายรูปซึ่งมีหญ้าเขียวปกคลุมทั้ง 2 ข้างทาง รวมทั้งความโค้งเงาของถนนที่มีน้ำฝนปกคลุมเล็กน้อยยามฝนพรำ ยิ่งทำให้มองถนนเป็นภาพเลข 3 ได้อย่างชัดเจนและสวยงาม บ่อเกลือสินเธาว์ อำเภอบ่อเกลือ น่าน

บ่อเกลือสินเธาว์ 

จุดนัดหมายของอำเภอบ่อเกลือ เราเดินทางต่อมาอีก 63.5 กิโลเมตร ใช้เวลาขับชิวๆ อีกประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที เป็นบ่อเกลือสินเธาว์บนภูเขาแห่งเดียวในประเทศไทย ที่ต้องใช้ความพยายามในการเดินทางไปเยี่ยมชมมากทีเดียว  ชาวบ้านได้เล่าให้ฟังว่า แต่ก่อนนั้นที่นี่มีบ่อเกลือสินเธาว์ มากถึง 7 บ่อ คือ บ่อหลวง บ่อหยวก บ่อเวร บ่อน่าน บ่อกิน บ่อแคะ และบ่อเจ้า แต่ปัจจุบันเหลือเพียง 2 บ่อ เรียกว่าบ่อเกลือเหนือ และบ่อเกลือใต้  โดยชาวบ้านยังคงวิธีการทำเกลือแบบเดิมไว้  ภาพที่เราเห็นจะเป็นภาพการต้มเกลือ และเกลือที่ได้ที่แล้วะถูกตักขึ้นมาพักไว้รอขาย  ในบางช่วงที่นักท่องเที่ยวเยอะ ชาวบ้านบอกทำเกลือกันแทบไม่ทันเลยทีเดียว  น้ำตกสะปัน น่าน น้ำตก 3 ชั้น จากบ่อเกลือก็ไปต่อยัง

น้ำตกสะปัน 

เดินทางอีก 8 กิโลเมตร ใช้เวลาไม่นานนักประมาณ 15 นาที  น้ำตกสะปันเป็นน้ำตกที่มีน้ำไหลตลอดทั้งปี ประกอบด้วยน้ำตก 3 ชั้น  แต่ละชั้นมีระยะห่างพอสมควร ระยะทางโดยรวมประมาณ 900 เมตร มีระยะที่ชันเป็นบางช่วง ต้องอาศัยความอดทนและการชนะใจตัวเองในการก้าวผ่านแต่ละชั้น โดยทางเดินก็ไม่ได้ถือว่ายากมากนัก มีการทำทางบันไดและทางลาดคอนกรีตเป็นช่วงๆไว้คอยอำนวยความสะดวกสำหรับนักท่องเที่ยว  แต่หากใครได้ไปแล้วแนะนำให้ขึ้นไปจนถึงชั้นที่ 3 เพราะเป็นชั้นที่สวยที่สุด คุ้มกับความเหนื่อย ภาพที่เรามองเห็นจะมีก้านเถาวัลย์เลื้อยพันอยู่กับต้นไม้เขียว ความชุ่มฉ่ำของน้ำตก มองไปเหมือนมองภาพวาด แต่ดีกว่าคือเราสามารถสูดอากาศบริสุทธิ์ได้เต็มปอดเลยทีเดียว คาเฟ่ชื่อดังในย่านสะปันกันที่ หยุดเวลาคาเฟ่ น่าน จากนั้นแวะพักเหนื่อย ด้วยคาเฟ่ชื่อดังในย่านสะปันกันที่

หยุดเวลาคาเฟ่  

อยู่ไม่ไกลจากน้ำตก ซึ่งตั้งอยู่ในหมู่บ้านสะปัน จุดค้างคืนของเราในคืนแรกนี้ หยุดเวลาคาเฟ่ เป็นการตั้งชื่อร้านที่ไม่ไกลเกินจริงเลย เมื่อได้เข้าไปสัมผัสบรรยากาศร้าน ขนมและเครื่องดื่ม ที่เรียกว่าราคาหลักร้อย วิวหลักล้านได้เลย ถ่ายรูปไปถ่ายรูปมา เผลอแป๊ปเดียวก็จะมืดแล้ว ได้เวลาพักผ่อนแล้วสำหรับวันนี้   หากใครไปร้านนี้ขอแนะนำบลูเบอรี่ครัมเบอร์เค้ก รสชาติหวานตัดเปรี้ยว ทานกับกาแฟ นั่งดูวิวเขียวๆ รับลมเย็นๆ ฟินแน่นอน

สะปันซีวิ น่าน

ด้วงกว่างเจ้าถิ่น น่าน สะปันซีวิ

ที่พักที่สะปันมีให้เลือกไม่มากนัก ที่พักส่วนใหญ่สร้างให้มีความกลมกลืนกับธรรมชาติ เพื่อตอบสนองการพักผ่อนจากนักท่องเที่ยว และไม่ให้กระทบกับชีวิตของคนท้องถิ่นด้วย เราเลือก สะปันซีวิ   มีห้องพักให้เลือก 3 แบบ คือ แบบกระท่อมไม้ไผ่ ลานกางเต็นท์กลางแจ้ง และกระท่อมกางเต็นท์ (ส่วนตัว) เราเลือกบ้านพักกระท่อมไม้ไผ่ ที่มีระเบียงหน้าบ้าน พร้อมเก้าอี้หวายให้นอนชิว จิบกาแฟ หรือสามารถอ่านหนังสือได้ตลอดวัน  ที่สำคัญเราได้รับเกียรติจากด้วงกว่างเจ้าถิ่นมาต้อนรับเราด้วยเมื่อถึงที่พัก  ซึ่งเราได้เรียนรู้การอยู่กับธรรมชาติ  นอนมุ้ง ปูเสื่อ โดยมีอาหารเย็นแบบขันโตก ซึ่งไม่รวมในราคาห้องพัก เริ่มต้นที่ 150.- บาท  เมื่ออิ่มท้องแล้วก็เดินเล่นรอบๆที่พัก มีถนนคนเดินเล็กๆ ขายไข่ป่าม ลูกชิ้น เดินเล่นก่อนอาบน้ำ เข้านอน

Day 2 น่าน

สะปันซีวิ อาหารเช้า

วันนี้เราตื่นเช้าหน่อย เพื่อจะมาซึมซับบรรยากาศของภูเขาซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของดอยภูคาตรงหน้าที่พัก และมีลมเย็นๆที่พัดมาจนแทบไม่อยากจะอาบน้ำกันเลยทีเดียว พร้อมกับรับอาหารเช้าจากสะปันซีวิว ที่มีให้ตักไม่จำกัด เป็นข้าวต้มไก่ ไข่ต้มจะเลือกหยิบลูกเล็กลูกใหญ่กี่ลูกก็ได้ เเล้วก็มีพวกชา กาแฟ โอวัลติน ร้อนๆ ให้เลือกทาน เรียกว่าบริการตัวเองกันเต็มที่ไปเลย

นาขั้นบันไดบ้านเวร โครงการสถานีพัฒนาเกษตรที่สูง ตามแนวพระราชดำริ บ้านสะจุก-สะเกี้ยง

เมื่อเก็บของ เช็คเอ้าท์แล้ว ที่แรกที่จะไปนั้นเป็น

นาขั้นบันไดบ้านเวร 

ตั้งอยู่บริเวณโครงการสถานีพัฒนาเกษตรที่สูง ตามแนวพระราชดำริ บ้านสะจุก-สะเกี้ยง  ระยะทางจากที่พัก 26  กิโลเมตร เป็นนาข้าวธรรมดาของชาวบ้าน บ้านเวร โดยด้วยภูมิศาสตร์ที่สูง ผสมกับต้นไม้ ภูเขา ทำให้เป็นจุดดึงดูดผู้คนให้ต้องมาสักครั้งหนึ่ง ความน่าเสียดายของครั้งนี้ คือ ขาวบ้านเริ่มเก็บเกี่ยวข้าวบ้างแล้ว แต่ความโชคดีก็คือทำให้นาขั้นบันไดมีสีสันเหลืองบ้างเขียวบ้างสลับกันไป ดูสวยไปอีกแบบหนึ่ง

จุดชมวิว 1715 อุทยานแห่งชาติดอยภูคา

ขับย้อนมาทางบ่อเกลือสินเธาว์ เพื่อจะไปยัง

จุดชมวิว 1715 

ซึ่งห่างจากอุทยานแห่งชาติดอยภูคา 8 กิโลเมตร โดย 1715 คือระดับความสูงจากน้ำทะเล  เป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก ในฤดูฝนและฤดูหนาวเราจะมองเห็นหมอกตัดอยู่บนยอดภูเขาได้ นอกจากนี้จุดนี้ถือเป็นจุดชมวิวสำคัญของนักท่องเที่ยวที่ใช้เส้นทางไปมาอำเภอปัวอีกด้วย

สกาดคอฟฟี่ น่าน

สกาดคอฟฟี่  

เดินทาง 50  กิโลเมตร ประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาที ท้องเริ่มให้สัญญาณเรียกหาอาหารแล้ว ร้านสกาดคอฟฟี่ สามารถให้คำตอบเราได้ ที่นอกจากมีพวกเครื่องดื่มแล้ว ยังมีอาหารให้เลือกทานคู่กันอีกด้วย แต่สิ่งที่ควรลองของที่นี่คือ กาแฟดริป และชาร้อน ไม่ต้องถามว่าฟินขนาดไหนกับการจิบชาไป และซึมซาบบรรยากาศตรงหน้าที่อยากจะยกเอาไปไว้ที่ออฟฟิสกันเลย

วัดศรีมงคล-ก๋ง ตำบลยม อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน
วัดศรีมงคล-ก๋ง ตำบลยม อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน

ขอบคุณรูปจาก วัดศรีมงคล-ก๋ง ตำบลยม อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน

วัดวัดศรีมงคล หรือวัดก๋ง

ตั้งอยู่ที่ตำบลยม อำเภอท่าวังผา ใช้เวลาเดินทาง 34  กิโลเมตร นั่งรถมาราวๆ 50 นาที  เป็นวัดเก่าแก่ที่ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2395  เกจิอาจารย์ชื่อดัง คือ หลวงปู่ก๋ง   โดยวัดจะมองเห็นทุ่งนาเขียวขจี และทิวเขาของดอยภูคาเรียงรายสลับซับซ้อน  โดยร้านกาแฟฮักน่าน อยู่ไม่ไกลจากตัววัด มีสะพานไม้ไผ่เชื่อมจากตัววัดสามารถลงไปเดินเล่นถ่ายภาพได้ วัดนี้ไม่ต้องกลัวหลง เพราะมีป้ายบอกทางแทบจะทุกหนึ่งกิโลเมตรก่อนถึงตัววัด

ณ บ้านไอยรา น่าน

จากนั้นเราเดินทางเข้าสู่ตัวเมืองน่านอีกครั้ง เช็คอินเข้าที่พัก ณ บ้านไอยรา ซึ่งราคาย่อมเยา โดยเราใช้เวลาเดินทางประมาณ 50 นาที กับระยะทาง 50  กิโลเมตร จากวัดก๋ง หลังจากนั้นก็ไปหา

ขนมหวานป้านิ่ม

ขนมหวานที่มากี่ครั้งก็ต้องไปทาน และเชื่อได้เลยว่ามาน่าน ไม่มีใครไม่รู้จักขนมหวานป้านิ่ม เมนูเด็ดของร้านนี้คือข้าวเหนียวดำ และบัวลอย ที่เราสามารถเลือกได้ว่าจะกินถ้วยเล็ก ถ้วยใหญ่ หรือใส่ไอศกรีมเพิ่ม เรียกได้ว่าถ้าใครไม่มาทานเดี๋ยวจะไม่ถึงน่านนะ

ขนมหวานป้านิ่ม น่าน

ปิดท้ายวันกันด้วย

ถนนคนเดินกาดข่วงเมือง น่าน 

ที่คราคร่ำ ไปด้วยผู้คนในทุกคืนวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์  มีแม่ค้าพ่อค้าในจังหวัดน่านมาขายของทั้งอาหาร เสื้อผ้า และของฝาก โดยมีเสียงกีตาร์และเพลงเมือง ฟังสบายๆ คลออยู่เบาๆ กับเสียงเม้ามอย เล่าเรื่องของเราในวันนี้

นนคนเดินกาดข่วงเมืองน่าน

Day 3 น่าน

วัดภูมินทร์ เดิมชื่อ “วัดพรหมมินทร์” ภาพกระซิบรักน่าน

วันสุดท้ายของทริป เน้นเที่ยวใกล้ๆ ในเมืองน่าน ที่แรกคือ

วัดภูมินทร์  เดิมชื่อ “วัดพรหมมินทร์”

เป็นวัดที่มีโบสถ์และวิหารสร้างเป็นอาคารหลังเดียวกัน   ประตูไม้ แกะสลักลวดลายสวยงาม และภาพวาดฝาผนังที่เราคุ้นตา  คือ “ภาพกระซิบรักน่าน”  ภาพปู่ม่านกระซิบย่าม่าน พร้อมคำพูดที่ว่า  “คำฮักน้อง กูปี้จักเอาไว้ในน้ำก็กลัวหนาว จักเอาไว้พื้นอากาศกลางหาว ก็กลัวหมอกเหมยซอนดาวลงมาคะลุม จักเอาไปใส่ในวังข่วงคุ้ม ก็กลัวเจ้าปะใส่แล้วลู่เอาไป ก็เลยเอาไว้ในอกในใจตัวชายปี้นี้ จักหื้อมันไห้อะฮิอะฮี้ ยามปี้นอนสะดุ้งตื่นเววา…” ภาษาคำเมืองที่ถอดใจความแล้ว ดูสะท้านไปทั้งหัวใจ สมกับคำว่า กระซิบรักบันลือโลกจริงๆ  ส่วนใครที่อยากหาคำแปลก็หาได้ในอินเตอร์เน็ตนะ 

ซุ้มลีลาวดี บริเวณหน้าพิพิธภัณฑ์แห่งชาติน่าน

เดินจากวัดภูมินทร์ไม่ไกลนักจะเจอกับ ซุ้มลีลาวดี บริเวณหน้าพิพิธภัณฑ์แห่งชาติน่าน ที่ขึ้นเป็นแถวเรียงรายแผ่ขยายกิ่งก้านโค้งเข้าหากัน ราวกับอุโมงค์ต้นไม้ ซึ่งหากอยากได้ภาพสวยๆ อาจะต้องหาจังหวะดีๆ คนโล่งๆ สักหน่อย รับรองสวยขึ้นเป็นรูป Profile ได้แน่นอน

วัดพระธาตุแช่แห้ง

วัดพระธาตุแช่แห้ง จ. น่าน

ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 นาที   เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองน่าน มีอายุกว่า 600 ปี ตามตำนานเล่าว่า พญาการเมือง เจ้านครน่าน โปรดเกล้าให้สร้างขึ้นเพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่ได้มาจากเมืองสุโขทัย (กระดูกข้อมือข้างซ้าย) เป็นสัญลักษณ์แสดงความรักและความผูกพันธ์ของน่านและสุโขทัย   โดยเราสามารถมองเห็นพระธาตุได้จากระยะไกล เพราะมีการสร้างพระธาตุสีทองไว้บนเนินเขาเล็กๆ  ผนวกกับความสูงถึง 55.5 เมตร  ตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยมจัตุรัส กว้างด้านละ 22.5 เมตร มีสีเหลืองอร่ามนั่นเอง 

วัดพระธาตุเขาน้อย น่าน

วัดพระธาตุเขาน้อย จ. น่าน

ตำบลดู่ใต้ อำเภอเมืองน่าน   ระยะทาง 7 กิโลเมตรจากวัดพระธาตุแช่แห้ง เดินทางประมาณ 15 นาที อยู่บนดอยเขาน้อย มีความสูงจากระดับน้ำทะเล ประมาณ 250 เมตร โดยสามารถมองเห็นมองน่านได้อย่างชัดเจน นอกจากพระธาตุเขาน้อยแล้ว ยังมีพระพุทธรูปปางลีลาองค์ใหญ่ คือ พระพุทธมหาอุตมมงคลนันทบุรีศรีเมืองน่าน สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2542 เป็นจุดชมวิวที่สวยงาม หากมีเวลาแนะนำให้ไปช่วงพระอาทิตย์ตก จะประทับใจในอีกแบบหนึ่ง

 

เมืองน่านเหมาะสำหรับการชาร์จแบตเตอรี่ร่างกายและใจให้เต็มที่พร้อมกลับมาทำงานกันอย่างเต็มที่  สูดอากาศบริสุทธิ์ให้เต็ปอด  ดื่มด่ำวัฒนธรรมให้เต็มที่  แล้วครั้งหน้าเราจะกลับมาใหม่ … น่าน .. มากี่ครั้งก็ไม่เบื่อ

 แต่หากใครกำลังมองหาที่เที่ยวทะเลแล้วล่ะก็ เรามีแนะนำ เกาะปันหยี, เกาะละวะใหญ่ และอีกหลายๆที่มาแนะนำ

One thought on “น่าน … 3 วัน 2 คืน ที่ไม่เนิบอย่างที่คิด

  1. Pingback: จุดธูปกี่ดอก เพื่อเจอเธอ 15 สถานที่ ขอพรความรัก สายมู(เตลู) ต้องมา

Comments are closed.