Your kids need nature ! เหตุไฉน ทำไมลูกของคุณต้องการ “ธรรมชาติ” 

ชวนคุณพ่อคุณแม่หากิจกรรม ใกล้ชิดธรรมชาติ สำหรับลูกหลาน

หลายๆคนล้วนมีความทรงจำในวัยเด็กที่แสนประทับใจต่างๆกัน ซึ่งมักจะเป็นความทรงจำที่เกี่ยวกับการเล่นสนุกตามวัย และไม่ว่าคุณจะเติบโตมาในลักษณะที่อยู่อาศัยแบบใด ทั้งในย่านชานเมือง ในชนบท  หรือในตัวเมืองใหญ่ๆ คุณก็ล้วนเคยใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการเล่นสนุกนอกบ้านซึ่งสามารถคลุกคลีกับสภาพแวดล้อมที่มีความเป็น “ธรรมชาติ” ได้อย่างใกล้ชิด แล้วก็เนื้อตัวมอมแมมกลับบ้านอย่างมีความสุข 

แต่น่าเสียดายที่เด็กเล็กในยุคสมัยปัจจุบันไม่มีโอกาสหรือมีประสบการณ์มากพอที่จะได้สัมผัสกับ “ธรรมชาติ” โดยตรงมากนัก มิหนำซ้ำการเข้าใกล้ธรรมชาติในยุคปัจจุบันกลับต้องแลกด้วยกับ “ค่าผ่านทาง” ในรูปแบบของการจ่ายเงินเพื่อแลกกับบริการอย่างเสียมิได้ หากเป็นเด็กที่อยู่ในเมืองแล้วด้วยล่ะก็ต้องมานั่งกังวลเรื่องฝุ่น PM 2.5 วันไหนที่ปริมาณฝุ่นหนาแน่น ผู้ปกครองเองก็คงไม่อยากให้ลูกออกมาเล่นข้างนอก

ใกล้ชิดธรรมชาติ

รู้หรือไม่ การที่เด็กๆไม่มีโอกาสได้สัมผัสหรือได้เชื่อมต่อกับธรรมชาตินั้นอาจส่งผลร้ายโดยตรงต่อทั้งจิตใจและร่างกายอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาด้านกล้ามเนื้อและส่วนต่างๆของร่างกาย  ภาวะโรคอ้วน อารมณ์และพฤติกรรมต่างๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้มีผลต่อเด็กในวัยที่โตขึ้นจนไปถึงวัยทำงาน และการมีครอบครัว หากไม่ได้รับการขัดเกลา และมากไปกว่านั้นยังเป็นผลข้ามพันธุกรรมไปยังรุ่นต่อไปได้เช่นกัน ถ้ามองให้ไกลก็จะเห็นได้ว่าสิ่งเล็กที่คนเป็นพ่อเป็นแม่มองข้ามไปนั้น อาจส่งผลไปได้ในระดับครอบครัว และระดับประเทศได้ เพราะทรัพยากรมนุษย์ที่จะเติบโตขึ้นมาดูแลประเทศและสังคมขาดคุณภาพ

ดังนั้นคนเป็นพ่อเป็นแม่จึงควรหาโอกาสหรือหากิจกรรมที่จะเติมเต็มการเรียนรู้ของเด็กเล็กโดยให้ได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติให้มากพอเท่าที่จะสามารถทำได้และอยู่ภายใต้เหมาะสมของแต่ละช่วงวัยของเด็ก

หลายคนอาจตั้งคำถามว่า ทำไมเด็ก ๆ ถึงต้องการความใกล้ชิดกับธรรมชาติ? จึงขออ้างอิงการอธิบายจาก Richard Louv ที่กล่าวถึงการวิจัยชี้ให้เห็นว่า “เด็ก” ในฐานะ “มนุษย์” มีการเชื่อมโยงกับธรรมชาติมาตั้งแต่กำเนิดโดยทางชีวภาพอยู่แล้ว หากเด็กพลาดโอกาสในการได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติ อาจก่อให้เกิดปัญหาตามมา อาทิ การเป็นคนมีบุคลิดแปลกแยก เป็นคนเก็บตัว การมีสมาธิสั้น หรืออาจเลยเถิดไปจนถึงการเป็นโรคซึมเศร้าก็เป็นได้ 

และในเมืองไทยเองทาง สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล นำโดยรองศาสตราจารย์ นายแพทย์อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ ผู้อำนวยการสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว ก็เคยได้จัดการประชุมวิชาการ “Children & Nature-deficit Disorder เด็กกับโรคขาดธรรมชาติ” ซึ่งก็ได้แจงถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นหากเด็กขาดการ ใกล้ชิดธรรมชาติ ไว้หลายหัวข้อทั้งผลที่จะตามมาทั้งในระดับตัวเอง ครอบครัว สังคม และประเทศชาติ

ใกล้ชิดธรรมชาติ การมีสมาธิสั้น

แต่หากเด็กมีโอกาสได้เข้าถึงธรรมชาติได้โดยตรง จะสามารถมีพัฒนาการในการเรียนรู้ได้ดีกว่า นอกจากนี้การสัมผัสกับธรรมชาติยังช่วยลดความเครียดในเด็ก อีกทั้งช่วยเพิ่มความสนใจ จากสิ่งที่อยู่ในธรรมชาติไม่ว่าจะผ่านการทองเห็น สัมฝัส การตั้งคำถาม และอีกมากมายในเด็กได้อีกด้วย

ทั้งนี้ เมื่อเด็กอยู่นอกเหนือสิ่งที่เป็นธรรมชาติ หรือที่หลายคนเรียกกันว่าโลกเสมือนจริง อาทิ เกมส์ หรือ คอมพิวเตอร์ ฯลฯ ประสาทสัมผัสทั้งหมดของเขาจะถูกกระตุ้น เขาจมและติดอยู่กับสิ่งๆนั้น และมองสิ่งเหล่านั้นว่ายิ่งใหญ่กว่าตัวเอง ซึ่งจะเป็นการลดทอนความกระปรี้กระเปร่าในการเรียนรู้ให้น้อยลง และอาจก่อนให้เกิดภาวะโรคอ้วน ซึ่งเมื่อเกิดโรคอ้วนแล้วนั้น อาจจะเสื่องต่อการถูกแทรกแซงของโรคอื่นๆได้ง่ายอีกด้วย

ใกล้ชิดธรรมชาติทะเล

 แม้ว่าลูกหลานหรือเด็กในปกครองของคุณไม่เคยได้สัมผัสธรรมชาติและอาจไม่ประสบปัญหาข้างต้น แต่การที่เด็กขาดโอกาสในการเปิดหูเปิดตา ก็อาจส่งผลโดยอ้อมให้เด็กไม่เป็นคนขี้สงสัยหรือช่างสังเกตสิ่งรอบตัว เมื่อเด็กตั้งคำถาม และได้รับคำตอบก็จะเกิดกระบวนการเรียนรู้และคิดตาม

ปัจจัยที่ทำให้เด็กเล็กในปัจจุบันห่างไกลจากธรรมชาติมากขึ้น อาจกล่าวเป็น 4 ข้อหลักๆ ดังนี้

  • ข้อกำหนดด้านเวลา กล่าวคือ การดำเนินวิถีชีวิตในปัจจุบันต้องมีการแข่งกับเวลามากขึ้น จึงอาจมีเวลาไม่มากพอที่จะได้พาเด็กไปเรียนรู้ธรรมชาติอย่างใกล้ชิด
  • ความกลัวหรือเป็นกังวลของผู้ปกครอง ทั้งนี้เนื่องมาจาก สภาวพแวดล้อมในปัจจุบันไม่ได้สะอาดหรือน่าไว้ใจได้เหมือนในอดีต การออกไปเผชิญสิ่งต่างๆนอกบ้านอาจเป็นการเพิ่มโอกาสในการรับเชื้อโรคได้มากขึ้น
  • ผู้ปกครองยื่นโลกเสมือนจริงให้กับลูกมากเกินความจำเป็น
  • การแข่งขันทางการเรียนที่สูงเกินไป เช่น เด็กป.1 ต้องสอบเข้าโรงเรียน ซึ่งการแข่งขันการสอบนั้น ผู้ปกครองส่วนใหญ่จะส่งลูกไปโรงเรียนติวเตอร์ เพื่อเตรียมตัวสอบ

ใกล้ชิดธรรมชาติ ได้เชื่อมต่อกับธรรมชาติ

นอกจากนี้อาจมีคำถามว่า เด็กในชนบทอาจมีโอกาสหรือความสนใจต่อธรรมชาติมากกว่าเด็กในเมืองใหญ่หรือไม่ ? แต่คำตอบไม่เป็นเช่นนั้น กลายเป็นว่า เด็กชนบทในปัจจุบันก็กลับมีความสนใจต่อกิจกรรมในร่มไม่ต่างจากเด็กในเมืองใหญ่ ทั้งนี้สาเหตุหลักๆก็มาจากปัจจัยทั้ง 4 ข้อข้างต้นนั่นเอง

ใกล้ชิดธรรมชาติ

บทบาทของพ่อแม่ สามารถทำอะไรได้บ้างเพื่อช่วยให้ลูก ๆ ได้รับประสบการณ์ที่ใกล้ชิดกับธรรมชาติ ง่ายมาก เพียงแค่คุณทำใจร่มๆ และยอมรับกับสิ่งที่จะเป็นผลพวงกับกิจกรรมของลูก คือ ปล่อยให้เด็ก ๆ วิ่งเล่นนอกบ้านและกลับมาบ้านพร้อมเสื้อผ้าที่สกปรกเลอะเทอะ แต่เต็มไปด้วยรอยยิ้มบนใบหน้าของลูก

ใกล้ชิดธรรมชาติลดทอนความกระปรี้กระเปร่า

พ่อแม่หลายคนทำในสิ่งที่ถูกต้องอยู่แล้วโดยสัญชาตญาณ บางทีพวกเขาอาจจำได้ว่าพวกเขาเคยเล่นอย่างไรและพยายามจัดหาสิ่งเดียวกันนี้ให้กับลูก ๆ เช่น พาลูก ๆ เดิน หรือ วิ่งเล่นในสวนสาธารณะใกล้บ้าน เป็นต้น

 วิธีง่ายๆที่จะช่วยให้เด็กได้ ใกล้ชิดธรรมชาติ เพียงแค่ออกไปในสวนหลังบ้านและปล่อยให้เด็ก ๆ ได้ขุดดิน หาก้อนหิน หรือวัชพืชที่น่าสนใจ ขึ้นมาดู ปล่อยให้ลูก ๆ ของคุณได้ลงไปในดินบ้าง เพื่อที่พวกเขาจะได้เห็นความเป็นธรรมชาติ ซึ่งจะส่งผลดีต่อสุขภาพจิตของเขาเองในอนาคต โปรดจำไว้ว่า ธรรมชาติไม่ใช่ปัญหา แต่มันคือทางออก

Resources;

ข้อมูลการประชุมวิชาการระดับชาติ ครั้งที่ 7 ประจำปี 2564 “Children & Nature-deficit Disorder เด็กกับโรคขาดธรรมชาติ”  โดยสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล

 https://www.scholastic.com/parents/family-life/parent-child/why-kids-need-nature.html

บทความที่เกี่ยวข้อง

บทความน่าสนใจ

One thought on “Your kids need nature ! เหตุไฉน ทำไมลูกของคุณต้องการ “ธรรมชาติ” 

  1. Pingback: 5 ไอเดีย (ทิพย์)  กิจกรรมกักตัวอยู่บ้านสำหรับเด็กๆ อยู่ที่ไหนก็สนุกและเรียนรู้ได้

Comments are closed.